top of page

9 วิธีลดถุงใต้ตา ชะลอความหย่อนคล้อย ช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนกว่าวัย

การมีถุงใต้ตาทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากกว่าวัย และใบหน้าดูโทรม ส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิต หลายคนจึงต้องการหาวิธีลดถุงใต้ตา เพื่อเสริมบุคลิก และเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมาอีกครั้ง บทความนี้จึงจะพาไปทำความรู้จักว่าปัญหาถุงใต้ตาคืออะไร เกิดจากอะไร แล้วมีลดปัญหา และวิธีรักษาถุงใต้ตาอย่างไรได้บ้าง รวมไปถึงคำแนะนำในการดูแลตัวเองทั้งก่อน และหลังการเข้ารับการรักษาด้วย


ถุงใต้ตา คืออะไร

ถุงใต้ตา คืออะไร

ถุงใต้ตา (Eye bags) มีลักษณะเป็นถุงบวม หรือนูนเกิดขึ้นตรงบริเวณใต้ขอบตาล่างของใบหน้า ทำให้เห็นเป็นหนังที่ห้อยอยู่บริเวณใต้ดวงตา ซึ่งถุงใต้ตาเป็นสิ่งที่สามารถพบได้ในทุกเพศ ทุกวัย แต่หากมีถุงใต้ตาที่มากเกินไปจะส่งผลทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ดูแก่กว่าวัย และไม่มีความสดใส


ปัญหาถุงใต้ตาเกิดจากอะไร

ปัญหาถุงใต้ตาเกิดจากอะไร

ปัญหาถุงใต้ตาสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักที่มักพบว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดถุงใต้ตา มีดังนี้


เกิดจากสาเหตุทางพันธุกรรม

ถุงใต้ตากรรมพันธุ์ คือลักษณะถุงใต้ตาที่มีมาตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากสาเหตุทางพันธุกรรม หรือการที่มีคนในครอบครัว หรือ ญาติพี่น้องมีคนที่มีถุงใต้ตามาก ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีปัญหาถุงใต้ตามากกว่าคนทั่วไปได้


อายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือผู้สูงอายุ

เมื่อมีอายุมากขึ้น มักมีโอกาสที่ปัญหาถุงใต้ตาจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มักพบได้บ่อย เนื่องจากสารที่สำคัญในผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลง และการสะสมของไขมันใต้ตามีการเพิ่มขึ้นตามวัย


พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน

พฤติกรรมการพักผ่อนไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาถุงใต้ตาได้


เกิดจากโรคภูมิแพ้

ปัญหาถุงใต้ตา อาจเกิดขึ้นเนื่องจากอาการภูมิแพ้ได้ โดยในช่วงที่มีอาการแพ้อาจมีการคั่งของน้ำที่ไขมันรอบดวงตา ทำให้ดูเหมือนมีถุงใต้ตานูน ส่วนใหญ่แล้ว หากอาการแพ้ดีขึ้นจากการใช้ยา หรือการหลีกเลี่ยงสารที่แพ้ ถุงใต้ตาก็จะหายไป นอกจากอาการบวม เราพบว่ามีอาการคันรอบดวงตาจากสารที่หลั่งออกมาตอนเกิดอาการแพ้ ทำให้มีการเกา หรือถูรอบดวงตาเป็นประจำ ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยเปลือกตาแตก เกิดผิวคล้ำ และตาแพนด้าได้ในระยะยาวได้


ปัญหาถุงใต้ตาในวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยผู้สูงอายุ ต่างกันหรือไม่

ปัญหาถุงใต้ตาในวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยผู้สูงอายุ ต่างกันหรือไม่

ถุงใต้ตามีความแตกต่างในแต่ละช่วงวัย เนื่องจากลักษณะและสาเหตุที่เกี่ยวข้องมีความแตกต่างกัน การรักษา และการป้องกันถุงใต้ตาควรใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับวัย และลักษณะที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคล โดยในช่วงวัยรุ่นการดูแลผิวหนัง การพักผ่อนที่เพียงพอ และการกินอาหารที่ดีจะสามารถช่วยลดถุงใต้ตาได้ดีกว่าวัยผู้สูงอายุซึ่งมักมีปัญหาการสึกกร่อนของผิวหนังในระดับเซลล์


ปัญหาถุงใต้ตา ส่งผลเสียอย่างไรบ้าง

ถุงใต้ตาเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ และรูปลักษณ์โดยรวมของใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูแก่ขึ้น ดูอ่อนล้า และไม่สดใส ส่งผลต่อโอกาสทางสังคมและอาชีพ นอกจากนี้ ถุงใต้ตายังเกี่ยวข้องกับสภาพอารมณ์ของบุคคล เนื่องจากเป็นสัญญาณหนึ่งของความเหนื่อยล้า ซึ่งการมีถุงใต้ตามากเกินไปยิ่งจะทำความไม่มั่นใจ และความกังวลอาจเพิ่มมากขึ้นไปอีกจนอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตในระยะยาวได้


รวม 9 วิธีลดถุงใต้ตา ให้ใบหน้ากลับมาอ่อนเยาว์

รวม 9 วิธีลดถุงใต้ตา ให้ใบหน้ากลับมาอ่อนเยาว์

การลดถุงใต้ตาสามารถทำได้หลายวิธี แต่ควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิว และความต้องการของแต่ละคน โดยวิธีลดถุงใต้ตาที่นิยม มีดังนี้


1. การใช้แตงกวา

การใช้แตงกวาเป็นวิธีลดถุงใต้ตาแบบธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ โดยวิธีการ คือ ตัดแตงกวาเป็นแว่นบางๆ แล้ววางทับบนตาเป็นเวลา 10-15 นาที เพื่อเป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตา ช่วยลดการบวมในบริเวณนี้ได้ โดยผลลัพธ์อาจแสดงผลเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณถุงใต้ตา


2. พักผ่อนให้เพียงพอ

การให้ร่างกายพักผ่อนอย่างเต็มที่ และนอนพักให้เพียงพอ นอกจากจะช่วยลดความเหนื่อยล้า ยังช่วยให้ผิวหนังกลับมามีความอ่อนเยาว์ และฟื้นฟูสภาพผิวบริเวณใต้ตาได้


3. การรับประทานอาหารที่ดี

การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารอุดมสมบูรณ์ และมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดการคั่งน้ำในร่างกาย เช่น อาหารเค็ม อาหารทะล หรือน้ำซุปต่างๆ สามารถช่วยให้ผิวหนังมีสุขภาพดี เสริมความสมบูรณ์ของผิวหนัง และช่วยให้ผิวใต้ตาดูอ่อนเยาว์ขึ้น


4. การนวดลดถุงใต้ตา

การนวดบริเวณถุงใต้ตาด้วยนิ้วมือเบาๆ สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และระบายของเหลวบริเวณถุงใต้ตาได้ ทำให้ถุงใต้ตาลดลง และผิวหนังดูสดใสขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่ต้องลดถุงใต้ตาเพียงเล็กน้อย และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับรอยสิว หรืออาการอักเสบของผิวในบริเวณนี้


5. เกลือชุบสำลี

เป็นการผสมเกลือกับน้ำอุ่นแล้วนำสำลีชุบลงในน้ำเกลือ แล้ววางให้ปิดบริเวณถุงใต้ตา เป็นเวลา 10-15 นาที ช่วยกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเลือด หรือน้ำเหลืองรอบดวงตา วิธีนี้ทำให้ถุงใต้ตาลดลง และผิวหนังดูมีความสดใสขึ้น


6. ไข่ขาว

การใช้ไข่ขาวชุบกับสำลี และแปะบริเวณถุงใต้ตา เป็นวิธีที่ช่วยให้ผิวหนังดูอ่อนเยาว์เรียบเนียนขึ้น ลดอาการแพ้ ลดอาการบวม และกระตุ้นให้ผิวหนังกระชับ หรือจะผสมไข่ขาวกับน้ำมะนาว น้ำมันมะกอก และเกลือเพื่อใช้เป็นมาส์กบำรุงผิวหนังก็ได้


7. ถุงชา หรือผ้าชุบน้ำอุ่น

วิธีนี้เป็นการนำถุงชาชุบน้ำอุ่นที่อุดมไปด้วยสารแทนนิน และคาเฟอีน มาวางบริเวณถุงใต้ตาเป็นเวลาสั้นๆ เพื่อช่วยลดอาการบวม อาการอักเสบ และช่วยผ่อนคลายในบริเวณถุงใต้ตา นอกจากนี้ ยังสามารถนำกากชามาใส่ไว้ในผ้าขาวบาง ชุบน้ำอุ่นพอหมาดๆ แล้วนำมาประคบดวงตาก็ได้


8. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และปรับปรุงสุขภาพของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังดูมีความอ่อนเยาว์ และลดอาการบวม หรืออักเสบในบริเวณถุงใต้ตาได้ดี


9. การผ่าตัดถุงใต้ตา

วิธีลดถุงใต้ตาด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาที่ชัดๆ ในคนมีอายุ หรือคนที่เป็นมากๆ ได้ ทำได้เพียงบรรเทาอาการเท่านั้น แต่การผ่าตัดถุงใต้ตาเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำ และรวดเร็วในการรักษาถุงใต้ตา โดยการผ่าตัดถุงใต้ตามีอยู่ด้วยกัน 2 เทคนิคหลัก ดังนี้


การผ่าตัดถุงใต้ตาเทคนิคไร้แผล

วิธีรักษาถุงใต้ตาด้วยการผ่าตัดเทคนิคไร้แผล คือ กระบวนการที่แพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณเนื้อเยื่อบุตาด้านใน ของเปลือกตาล่าง ทำให้ไม่เกิดแผลด้านนอก จากนั้นทำการจัดเรียงไขมัน ตัดแต่งร่วมกับการแก้ไขร่องกระดูกใต้ตาด้วยการตัดเอ็นที่ยึด และรองร่องด้วยไขมันใต้ตา ในคนไข้บางรายแพทย์จะลงแผลที่ร่องหางตาเพื่อยกกระชับใต้ตาเย็บให้ตึงลดร่องใต้ตา ข้อดี คือ ไม่มีแผลเป็นหลังผ่าตัด และระยะเวลาฟื้นตัวรวดเร็ว ไม่มีความเสี่ยงตาเปิดห้อยหลังผ่าตัดที่เกิดจากการตัดหนังตา หรือกล้ามเนื้อรอบตาด้านหน้าออกมากไป ปัจจุบันเทคนิคนี้เป็นมาตราฐานของการผ่าตัดถุงใต้ตา ซึ่งข้อจำกัด คือ แพทย์ที่ทำได้ต้องได้รับการฝึกอบรมและมีความชำนาญเฉพาะด้าน ดังนั้น แพทย์ที่ทำจนชำนาญได้จะมีน้อย


การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลด้านนอก

เทคนิคนี้เป็นวิธีการผ่าตัดแบบเดิม โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดบนผิวหนังบริเวณรอบถุงใต้ตา โดยลงแผลใต้ขนตาล่างยาวตั้งแต่หัวตาถึงหางตา แล้วตัดแต่งไขมันที่เกินออก ซึ่งเทคนนิคนี้อาจทำร่วมกับการรองย้ายไขมัน แบบแผลด้านในดังกล่าวข้างต้น ข้อดี คือ สามารถตัดไขมันได้มาก ทำได้ง่ายกว่าแผลด้านใน และแพทย์เรียนรู้ได้เร็วกว่า แต่ข้อเสียคือ เห็นแผลเป็นผิวหนัง หรือหากมีการดึงรั้งของแผล หรือเกิดการตัดผิวออกมากไป อาจส่งผลให้เกิดตาเปิดห้อยเห็นตาขาวใต้ตาดำมากกว่าปกติได้ จนทำให้เกิดแผลกระจกตา หรือตาแห้งมากๆ ได้ ซึ่งต้องมีการผ่าตัดเพื่อแก้ไขอีกครั้ง


ขั้นตอนการผ่าตัดถุงใต้ตา

ขั้นตอนการผ่าตัดถุงใต้ตา

ขั้นตอนการทำหัตถการผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตาแบบแผลด้านใน หรือเทคนิคไร้แผลที่นิยมทำในปัจจุบัน มีขั้นตอนในการทำคร่าวๆ ดังนี้

  1. ทำความสะอาดใบหน้าของคนไข้ก่อนเข้าห้องผ่าตัด

  2. แพทย์วาดตำแหน่งของถุงใต้ตา ร่องน้ำตา และร่องใต้ตาที่จะทำการจัดเรียงไขมัน

  3. แพทย์ฉีดยาชาบริเวณที่ผ่าตัด และรอประมาณ 7 นาทีเพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์เต็มที่

  4. แพทย์เริ่มลงมีดเพื่อเปิดแผลด้านในเปลือกตาด้วยใบมีด หรือใช้จี้ไฟฟ้าความร้อนต่ำ เพื่อให้แผลบวมช้ำน้อย และสมานได้เป็นอย่างดีหลังการผ่าตัด นอกจากนี้ มีการใช้เลเซอร์เพื่อทำการผ่าตัด แต่พบว่าผลการบวมช้ำของแผลไม่ต่างกัน อีกทั้งยังมีราคาสูง และต้องระวังอันตรายต่อดวงตา และการมองเห็น จึงไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

  5. แพทย์นำไขมันส่วนเกินที่อยู่ใต้ถุงใต้ตาออกไป จากนั้นตัดเอ็นที่ทำให้ผิวหนังเป็นร่องใต้ตา พร้อมกับทำการย้ายไขมันที่มีไปรองเพื่อลดร่องดังกล่าว ป้องกันการเกิดพังผืดกลับไปติดใหม่ และบางรายที่แก้มตก หรือคนอายุมาก อาจต้องเย็บกระชับกล้ามเนื้อหางตาที่หย่อน และลดร่องให้ผิวหนังตึงขึ้น

  6. ผู้ที่มีอายุมากมักมีร่องลึกมากในบางราย แนะนำให้เติมไขมันโดยดูดจากผนังหน้าท้อง หรือต้นขา เพื่อย้ายมาเติมเต็มร่องดังกล่าวไปพร้อมๆ กับการผ่าตัดถุงใต้ตา

  7. หลังผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับยา และการดูแลตัวก่อนคนไข้กลับบ้าน


การเตรียมตัวก่อน และดูแลตัวเองหลังผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา

การเตรียมตัวก่อน และดูแลตัวเองหลังผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา

การเตรียมตัวก่อน และดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดถุงใต้ตาเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เนื่องจากสำคัญต่อการช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหลังการผ่าตัด ต่อไปนี้จึงเป็นข้อแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัว และดูแลตัวเองก่อนผ่าตัดแก้ไขถุงใต้


การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดถุงใต้ตา

วิธีการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดรักษาถุงใต้ตาก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยขั้นตอนเหล่านี้

  • ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดถุงใต้ตา เพื่อปรึกษาเรื่องการรักษา และประเมินความเหมาะสม รวมไปถึงควรแจ้งโรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด ยาที่กินประจำ อาหารเสริมและสมุนไพรที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด

  • ห้ามสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนและหลังการผ่าตัด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

  • ไม่แต่งหน้า ไม่ติดขนตา และทำความสะอาดผมมาให้พร้อมในวันที่จะทำการผ่าตัด

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมต่อการผ่าตัด

  • งดยาละลายลิ่มเลือด และแอสไพรินประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด

  • งดอาหารเสริมที่อาจส่งผลกระทบอย่างวิตามิน E และน้ำมันตับปลา เพราะอาจส่งผลกับการแข็งตัวของเลือดได้

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดถุงใต้ตา

วิธีการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดรักษาถุงใต้ตาแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้

  • หลังการผ่าตัดอาจมีอาการเจ็บปวด และอาการบวมบริเวณแผลผ่าตัด แนะนำให้กินยาต้านการอักเสบตามคำแนะนำของแพทย์ และใช้ถุงน้ำแข็งประคบบนผิวหนังเพื่อช่วยลดอาการบวม

  • ควรระมัดระวังการเคลื่อนไหว การก้มมากๆ การล้ม การยกของหนัก เพราะอาจทำให้มีผลต่อการสมานของแผล และอาการเลือดออกได้

  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าครีมบำรุง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้อยู่ สามารถใช้ร่วมกันระหว่างที่แผลยังไม่หายได้ หรือไม่ เพื่อป้องกันอาการแพ้ หรืออาการอักเสบ

  • หลีกเลี่ยงอาหารเค็มๆ ที่ส่งผลต่ออาการบวม เช่น ปลาร้า อาหารทะเล เนื้อสัตว์ กะปิ อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • ระวังความชื้น และความมัน เพราะอาจทำให้แผลที่ยังไม่ได้ตัดไหมเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้นได้

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัดถุงใต้ตา

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดถุงใต้ตา มีดังนี้

  • ใต้ตาแบะออก เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อแพทย์ผู้ผ่าตัดไม่มีความชำนาญ หรือมีเทคนิคที่ไม่ดี เกิดขึ้นได้จากการตัดหนังใต้ตาในปริมาณมากเกินกว่าที่เอ็นตาล่างจะรับไหว ส่งผลให้ขอบตาล่างแบะจนเนื้อสีแดงด้านในขอบตาล่างเปิดออกมา ซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตาเป็นอย่างมาก

  • เห็นรอยแผลชัด โดยปกติรอยแผลจะปิดเรียบสนิท แต่หากผู้ผ่าตัดใช้เทคนิคที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้แผลผ่าตัดมองเห็นได้ชัด ส่งผลให้เหมือนมีริ้วรอยใต้ตา และดูไม่เรียบเนียนได้

  • ใต้ตาขรุขระ ไม่เรียบ หากไขมันใต้ตาถูกเอาออกไปในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ไขมันที่เหลืออยู่อาจสร้างรอยปุ่มทำให้ผิวใต้ตาดูเป็นคลื่น และไม่เรียบเนียนได้

  • ผิวคล้ำใต้ตาอาจไม่หายไป รอยคล้ำที่จะดีขึ้น คือ รอยคล้ำจากเงาของความไม่เรียบที่เกิดจากการนูนออกมา หรือร่องใต้ตาที่ลึก แต่รอยคล้ำจากรังสี UV ฝ้าคล้ำ หรือรอยคล้ำที่เกิดจากการคันตาจากอาการภูมิแพ้เรื้อรังจะไม่ดีขึ้น เพราะเป็นที่เม็ดสีของผิวหนังเอง ต้องทำการรักษาที่เม็ดสีถึงจะดีขึ้น


การดูแล และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาถุงใต้ตา

การดูแล และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาถุงใต้ตา

การดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาถุงใต้ตาเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อรักษาความสวยงาม และสุขภาพผิวหน้าไว้ในสภาพที่ดี ต่อไปนี้คือวิธีลดถุงใต้ตาที่ทุกคนสามารถทำได้

  • รักษาระดับความชุ่มชื้นในผิวหน้า การใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมคงความชุ่มชื้นช่วยป้องกันการไม่ให้ผิวใต้ตาแห้งเกินไป

  • ใช้ครีมกันแดด เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวหน้า และการป้องกันจากอันตรายจากแสงแดด

  • บริโภคอาหารที่ดี การบริโภคอาหารที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิวหน้า รวมถึงผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง สามารถช่วยให้ผิวหน้าแข็งแรงได้

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยในการรักษาความชุ่มชื้นของผิว และการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งส่งผลดีต่อผิวหน้า และป้องกันปัญหาถุงใต้ตาไม่ให้เกิดขึ้น

  • ใช้แว่นตากันแสงแดด การใช้แว่นตากันแสงแดดเมื่อออกจากบ้าน สามารถช่วยป้องกันแสงแดดแบบ UVA และ UVB ที่มีผลกระทบต่อผิวหน้า และอาจเป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาถุงใต้ตา

  • นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับที่เพียงพอจะช่วยลดการอักเสบของผิวหน้า และช่วยให้ผิวหน้าฟื้นฟูจากความเสียหายได้ดีขึ้น

  • การลดความเครียด ความเครียดอาจเป็นสาเหตุที่สำคัญในการเกิดปัญหาถุงใต้ตา ดังนั้น การปรับจิตใจและพฤติกรรมในการจัดการความเครียดสามารถช่วยลดปัญหานี้ได้

  • การเฝ้าระวังความผิดปกติของผิว หมั่นสังเกตและดูแลรักษาผิว หากมีปัญหา หรือความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นบนผิวหน้า ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับคำแนะนำ และรักษาเพิ่มเติม


ทำไมต้องลดถุงใต้ตาที่ เศาณานนท์คลินิก (Saonanon Clinic)

ทำไมต้องลดถุงใต้ตาที่ เศาณานนท์คลินิก (Saonanon Clinic)

หากถามว่าผ่าตัดถุงใต้ตาที่ไหนดี แนะนำว่าควรเลือกคลินิก หรือสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข และแพทย์ผู้ผ่าตัดต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ โดย เศาณานนท์คลินิก (Saonanon Clinic) เป็นคลินิกเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง และจักษุกรรมที่มีความเชี่ยวชาญใน การผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลด้านในที่เหมาะทั้งในคนอายุน้อยที่ไม่ต้องมีแผลเป็น หรือมีเวลาน้อย และคนอายุมากที่มีร่องลึก หนังตาเกิน หรือเปลือกตาหย่อนห้อยเปิด โดยเน้นถึงผลลัพธ์ และความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการด้วยการผ่าตัดที่มีมาตรฐานสูงสุด


ปัญหาถุงใต้ตา คือ อาการที่ใต้ตามีลักษณะนูน บวม หรือห้อยจนทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากกว่าวัย ดูไม่สดใส ซึ่งปัญหาถุงใต้ตาสามารถลด และรักษาได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะวิธีตามธรรมชาติอย่างการใช้ถุงชามาประคบบนดวงตา หรือด้วยการทำศัลยกรรมแก้ไขกับทางคลินิก การเลือกว่าวิธีไหนจะเหมาะสมก็ต้องดูที่ระดับความรุนแรงอาการถุงใต้ตา และผลลัพท์ที่คาดหวังเอาไว้ หากอาการมีเพียงเล็กน้อย หรือต้องการเพียงลดการเกิดถุงใต้ตาก็อาจใช้วิธีตามธรรมชาติ แต่ถ้ามีปัญหามาก และอยากรักษาถุงใต้ตาโดยทันทีการใช้วิธีศัลยกรรมก็จะเป็นตัวเลือกที่ดี


ดู 5,344 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page