Ptosis คืออะไร? ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงรักษาได้ด้วยวิธีไหนบ้าง
- Saonanon Content

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
Key Takeaway
Ptosis คือภาวะที่กล้ามเนื้อเปิดตาอ่อนแรง ทำให้เปลือกตาตกลงมาปิดตาดำบางส่วน ส่งผลให้ตาดูง่วง เหนื่อย หรือไม่เท่ากัน และอาจรบกวนการมองเห็นได้
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากอายุที่มากขึ้น พันธุกรรม อุบัติเหตุ การใส่คอนแทกต์เลนส์นาน โรคทางระบบประสาท หรือการยืดของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อที่ควบคุมการลืมตา
ส่วนใหญ่กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่ถึงขั้นอันตรายรุนแรง แต่ถ้าปล่อยไว้อาจทำให้มองเห็นแคบลง ปวดล้าหน้าผาก หรือในเด็กอาจเสี่ยงต่อภาวะสายตาขี้เกียจ จึงควรตรวจประเมินโดยแพทย์
การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือการผ่าตัดยกหรือปรับกล้ามเนื้อเปิดตาให้ทำงานได้ดีขึ้น ส่วนกรณีที่เกิดจากโรคระบบประสาทอาจต้องรักษาต้นเหตุร่วมด้วยเพื่อควบคุมอาการ
ดวงตาที่ดูง่วง เหนื่อย หรือไม่เท่ากัน บางครั้งไม่ได้เกิดจากการพักผ่อนไม่พอเหมือนที่หลายคนคิด แต่อาจเป็นสัญญาณของ Ptosis ภาวะที่กล้ามเนื้อตาทำงานได้ไม่เต็มที่จนเปลือกตาตกลงมาปิดตาดำบางส่วน ส่งผลให้ลุกดูหม่นลงและอาจรบกวนการมองเห็นได้ ภาวะนี้พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และถ้าปล่อยไว้ก็อาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าที่คิด แต่ในปัจจุบัน Ptosis สามารถรักษาได้ด้วยวิธีที่เหมาะสม เมื่อเข้าใจสาเหตุและเลือกการรักษาที่ถูกต้อง ดวงตาที่สดใสและสมดุลก็สามารถกลับคืนมาได้อีกครั้ง

Ptosis คืออะไร?
Ptosis คือภาวะที่กล้ามเนื้อเปิดตาทำงานอ่อนแรง ทำให้เปลือกตาตกลงมาปิดตาดำบางส่วน ส่งผลให้ดวงตาดูง่วง เหนื่อย หรือไม่เท่ากัน ต่างจากตาปรือธรรมดา ที่เกิดจากความง่วงหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ และดีขึ้นเมื่อได้พัก Ptosis เป็นภาวะทางโครงสร้างที่ไม่หายเอง ต้องประเมินโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ถ้าเป็นมากอาจรบกวนการมองเห็นและทำให้ต้องใช้หน้าผากช่วยลืมตาจนเกิดอาการปวดล้าตามมา
สังเกตอาการ Ptosis ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
Ptosis เริ่มจากสัญญาณเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม เช่น ดวงตาดูง่วงเหมือนไม่ตื่น หรือเปลือกตาตกลงมามากกว่าปกติ ถ้าสังเกตให้ดีอาการนี้ไม่ใช่แค่ความล้า แต่เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อเปิดตาโดยตรง การรู้ทันสัญญาณจะช่วยให้รักษาได้ดีขึ้น
เปลือกตาตกลงมาปิดตาดำบางส่วน ทำให้ดวงตาดูง่วงหรือหม่น
ดวงตาสองข้างไม่เท่ากัน ชั้นตาไม่สมดุล
ต้องใช้คิ้วหรือหน้าผากช่วยลืมตา ทำให้ปวดล้าหรือมีริ้วรอยบนหน้าผาก
การมองเห็นช่วงบนแคบลง โดยเฉพาะเวลาขับรถหรืออ่านหนังสือ
ตาเล็กลงกว่าปกติแม้จะพยายามลืมตาเต็มที่
รู้สึกตาล้า ง่วงง่าย แม้นอนเพียงพอ เพราะกล้ามเนื้อตาทำงานหนัก
ในเด็กอาจเห็นชัดว่าเงยหน้าเพื่อมอง ทำให้กระทบต่อพัฒนาการด้านการมองเห็น

Ptosis กับภาวะหนังตาตก ต่างกันไหม?
แม้ Ptosis และหนังตาตกจะทำให้ดวงตาดูปิดลงคล้ายกัน แต่ทั้งสองภาวะมีสาเหตุและวิธีรักษาที่ต่างกัน การวินิจฉัยที่ถูกต้องจึงสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกวิธีไม่ตรงปัญหาอาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ดีขึ้นหรือยังตาตกเหมือนเดิม
Ptosis เกิดจากกล้ามเนื้อเปิดตาอ่อนแรง ทำให้ลืมตาได้ไม่เต็มที่ การรักษาต้องผ่าตัดยกหรือเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเปิดตา
หนังตาตก เกิดจากผิวหนังหย่อนคล้อยหรือไขมันเกินจากอายุที่มากขึ้น ในขณะที่กล้ามเนื้อยังทำงานได้ปกติ การรักษาต้องตัดหรือยกผิวหนังที่เกินออก
สาเหตุของ Ptosis เกิดจากอะไร?
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือ Ptosis เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากความเสื่อมตามวัย พันธุกรรม การบาดเจ็บ ไปจนถึงโรคที่กระทบต่อระบบประสาท การรู้สาเหตุจะช่วยให้แพทย์ประเมินแนวทางรักษาที่เหมาะสม
อายุที่มากขึ้น เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อเปิดตาอ่อนแรงหรือยืดออกตามวัย
พันธุกรรม พบตั้งแต่เกิด ทำให้เด็กบางคนมีหนังตาตกตั้งแต่เล็ก
การใส่คอนแทกต์เลนส์นานๆ ทำให้กล้ามเนื้อเปิดตาถูกดึงซ้ำๆ จนเกิดการยืดตัว
อุบัติเหตุบริเวณดวงตา ส่งผลให้กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นที่ควบคุมการลืมตาเสียหาย
โรคทางระบบประสาท เช่น Myasthenia Gravis ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นช่วงๆ
ภาวะหลังการผ่าตัดตา เช่น ผ่าตัดต้อกระจก อาจทำให้กล้ามเนื้อเปิดตาอ่อนแรง
ก้อนหรือเนื้องอกบริเวณเปลือกตา เพิ่มน้ำหนักให้เปลือกตา ทำให้ตาตกลงมากผิดปกติ

วิธีการรักษา Ptosis
เมื่อกล้ามเนื้อเปิดตาทำงานได้ไม่เต็มที่ การรักษา Ptosis จึงต้องแก้ที่โครงสร้าง ไม่ใช่แค่ทำให้ตาดูโตขึ้นชั่วคราว การเลือกวิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง สาเหตุ และโครงสร้างดวงตาของแต่ละคน เพื่อให้ลืมตาได้ดีขึ้นและกลับมามองเห็นอย่างเป็นธรรมชาติ
ผ่าตัดยกกล้ามเนื้อเปิดตา (Levator Advancement / Repair) เสริมความแข็งแรงหรือเย็บปรับตำแหน่งกล้ามเนื้อให้ลืมตาได้ปกติ เหมาะกับ Ptosis ระดับเล็ก - กลาง
ผ่าตัดรัดกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis Sling) ใช้ในเคสที่กล้ามเนื้อเปิดตาอ่อนแรงมาก ให้หน้าผากช่วยเปิดตาผ่านเส้นรัดชนิดพิเศษ
ผ่าตัดแก้ไขร่วมกับการตัดหนังส่วนเกิน เหมาะสำหรับคนที่มีทั้ง Ptosis และหนังตาหย่อน ทำให้ตาเปิดกว้างและดูเป็นธรรมชาติขึ้น
รักษาโรคต้นเหตุร่วมด้วย (ในเคสที่เกิดจากโรคระบบประสาท) เช่น Myasthenia Gravis ต้องใช้ยาควบคุมอาการร่วมกับการประเมินโดยจักษุแพทย์
ติดตามอาการในเด็กที่เป็นเล็กน้อย ถ้าไม่บังการมองเห็น อาจสังเกตอาการระยะหนึ่ง แต่ต้องติดตามใกล้ชิดเพื่อป้องกันสายตาขี้เกียจ
อาการ Ptosis แบบไหนควรรีบแพทย์
แม้บางคนจะมีอาการเล็กน้อย แต่บางกรณีก็อาจส่งผลต่อการมองเห็นหรือบ่งบอกปัญหาสุขภาพที่ต้องรีบรักษา การสังเกตอาการจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหรือการมองเห็นที่แย่ลง
เปลือกตาตกลงมาปิดรูม่านตา จนรู้สึกว่ามองเห็นด้านบนแคบลง
มีอาการตาตกเฉียบพลันในเวลาไม่นาน อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทหรืออุบัติเหตุ
ต้องใช้หน้าผากหรือคิ้วช่วยลืมตาตลอดเวลา ทำให้ปวดศีรษะหรือหน้าผากล้า
ตาตกไม่เท่ากันเยอะ จนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ขับรถ อ่านหนังสือ หรือทำงาน
ในเด็ก ถ้าเปลือกตาบังการมองเห็น อาจทำให้เกิดภาวะสายตาขี้เกียจ
มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มองเห็นซ้อน กล้ามเนื้ออ่อนแรงทั่วร่างกาย หรือหนังตาตกมากขึ้นตอนเหนื่อย อาจเป็นสัญญาณของโรคระบบประสาท
หลังผ่าตัดตาแล้วเกิดหนังตาตกผิดปกติหรือแผลตึงรั้งจนลืมตาได้ยาก

การผ่าตัด Ptosis เจ็บมากไหม?
ส่วนใหญ่การผ่าตัด Ptosis ไม่ได้เจ็บมากอย่างที่หลายคนกังวล เพราะแพทย์จะให้ยาชาเฉพาะที่บริเวณเปลือกตา ทำให้ระหว่างผ่าตัดแทบไม่รู้สึกเจ็บ อาจรู้สึกแค่แรงดึงหรือกดเล็กน้อยในบางจังหวะ หลังผ่าตัดอาจมีความตึง บวม หรือระคายตาบ้าง แต่ไม่ใช่อาการเจ็บรุนแรง
สามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งให้ โดยทั่วไป ความไม่สบายจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 3 - 7 วัน ทำให้การผ่าตัด Ptosis เป็นหัตถการที่คนไข้ส่วนใหญ่รับไหวและฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คิด
รักษา Ptosis แบบไม่ผ่าตัดได้ไหม?
โดยทั่วไป ภาวะ Ptosis ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีที่ไม่ใช่การผ่าตัด เพราะต้นเหตุคือ กล้ามเนื้อเปิดตาอ่อนแรงหรือเส้นเอ็นยืดออก ซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูได้เองด้วยการทายา นวด หรือนอนพักผ่อน แต่ถ้าเป็น Ptosis จากโรคบางชนิด เช่น Myasthenia Gravis การรักษาต้นเหตุด้วยยาอาจช่วยให้อาการดีขึ้นชั่วคราว
ในกรณีที่อาการไม่รุนแรงมาก อาจมีวิธีช่วยประคอง เช่น การใช้เทปดึงตา หรือแว่นพิเศษที่ช่วยยกเปลือกตา แต่ช่วยได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้าง การรักษาที่ได้ผลยังคงเป็นการผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อเปิดตา เพื่อให้เปลือกตาเปิดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
วิธีป้องกันภาวะ Ptosis
แม้ Ptosis เกิดจากปัจจัยด้านโครงสร้างหรืออายุที่มากขึ้น แต่หลายสาเหตุก็สามารถป้องกันหรือชะลอได้ ถ้าดูแลดวงตาอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันจึงช่วยลดความเสี่ยงของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้มากกว่าที่คิด
เลี่ยงขยี้ตาแรงๆ หรือบ่อยเกินไป เพราะทำให้เอ็นและกล้ามเนื้อเปิดตาถูกยืดซ้ำๆ จนอ่อนแรง
จำกัดการใส่คอนแทกต์เลนส์เป็นเวลานาน โดยเฉพาะเลนส์แข็ง เพราะทำให้ต้องใช้กล้ามเนื้อเปิดตาดึงขึ้นซ้ำๆ
พักสายตาเป็นระยะ เมื่อต้องทำงานหน้าจอหรือใช้สายตานาน ลดความล้าและการเกร็งของกล้ามเนื้อตา
ดูแลสุขภาพดวงตาเป็นประจำ ตรวจตาอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้พบความผิดปกติของกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทตั้งแต่ระยะแรก
ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือโรคระบบประสาทที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อรอบดวงตา
ป้องกันดวงตาจากการบาดเจ็บ เช่น สวมแว่นนิรภัยเมื่อต้องทำงานเสี่ยงต่อการกระแทก
เลี่ยงพฤติกรรมทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เช่น การสะกิดเปลือกตาบ่อยๆ หรือยกเปลือกตาแรงๆ ระหว่างแต่งหน้า

รักษา Ptosis ที่เศาณานนท์คลินิก (Saonanon) ดีอย่างไร
รศ.พญ.เปรมจิต เศาณานนท์ จักษุแพทย์ (จักษุตกแต่งและเสริมสร้าง) แพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดเปลือกตา ทั้งเพื่อความสวยงามและการรักษาโรค
แพทย์ได้รับการยอมรับทั้งด้านความเชี่ยวชาญทางวิชาการและฝีมือการผ่าตัดในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในการแก้ไขตาสองชั้นจากการศัลยกรรม ถุงใต้ตา และหนังตาเกินในผู้สูงอายุ
มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนการรักษาจะดำเนินไปอย่างประณีต และได้มาตรฐาน ราคาสมเหตุสมผล พร้อมมีรีวิวเทียบให้ดูความต่างระหว่างก่อนทำและหลังทำ
คลินิกให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นหลัก มากกว่ามุ่งหวังผลกำไร จึงสามารถมั่นใจได้ว่าทุกคำแนะนำและการดูแลที่ได้รับ จะถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์และความเหมาะสมสำหรับคุณเสมอ
สรุป
Ptosis คือภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำให้เปลือกตาตกลงมาปิดตาดำ ทำให้ตาดูง่วง เหนื่อย ไม่เท่ากัน และกระทบต่อการมองเห็น ภาวะนี้ต่างจากหนังตาตกทั่วไป เพราะเกี่ยวกับความผิดปกติกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นเปิดตา สาเหตุมีตั้งแต่พันธุกรรม อายุที่มากขึ้น อุบัติเหตุ โรคระบบประสาท ไปจนถึงการใส่คอนแทกต์เลนส์นาน รักษาได้ด้วยการผ่าตัดยกหรือปรับกล้ามเนื้อเปิดตา เพื่อให้ลืมตาได้ดีขึ้น การสังเกตอาการและเลือกพบแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและฟื้นฟูการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Saonanon Clinic ให้บริการตรวจประเมิน Ptosis และผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยจักษุแพทย์ รวมถึงรักษาหนังตาตก ตาไม่เท่ากัน และผ่าตัดรอบดวงตาอื่นๆ ด้วยเทคนิคที่ละเอียด พร้อมดูแลใกล้ชิดทุกขั้นตอนเพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ptosis (FAQ)
Levator Advancement คืออะไร?
Levator Advancement คือการผ่าตัดยกหนังตาตกโดยจับและเย็บเลื่อน รัดให้ตึงที่เอ็นหรือเยื่อพังผืดของกล้ามเนื้อ Levator Palpebrae Superioris ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ใช้เปิดหนังตาบนให้สูงขึ้นและเท่ากันทั้งสองข้าง ใช้ในเคส Ptosis ที่กล้ามเนื้อยังทำงานได้ดีแต่เอ็นหย่อนหรือหลุด ทำให้เปิดตาได้มากขึ้น แก้ปัญหาหนังตาตกบังตาดำและช่วยให้รูปตาดูสดใสขึ้น
Aponeurotic Ptosis คืออะไร?
Aponeurotic Ptosis คือภาวะหนังตาตกที่เกิดจากเอ็นหรือพังผืดของกล้ามเนื้อ Levator ยืด หลุด หรือเสื่อม ไม่ใช่ปัญหาที่ตัวกล้ามเนื้อหรือระบบประสาทโดยตรง พบในคนอายุมากหรือคนที่ขยี้ตาและใส่คอนแทกต์เลนส์นานๆ ลักษณะคือหนังตาบนตกลงมาบังตาดำบางส่วน แต่กล้ามเนื้อยังยกตาได้ดี แต่แรงเปิดตาถูกส่งต่อมายังเปลือกตาได้ไม่เต็มที่ นิยมรักษาด้วยการผ่าตัด ปรับหรือเย็บยกเอ็น Levator ใหม่ เช่น Levator Advancement
Dermatochalasis คืออะไร?
Dermatochalasis คือภาวะหนังตาเกินหรือผิวหนังตาบนหย่อนยาน เกิดจากอายุและการเสื่อมของคอลลาเจน ทำให้หนังตาบนย้อยลงมาทับชั้นตาหรือบังลานสายตาบางส่วน ผู้ป่วยอาจรู้สึกหนักตา ต้องเลิกคิ้วช่วยมอง หรือดูเหมือนตาตก ทั้งที่กล้ามเนื้อยกตายังดี การรักษาที่พบบ่อยคือผ่าตัดตัดหนังตาส่วนเกิน (Upper Blepharoplasty) อาจทำพร้อมปรับกล้ามเนื้อในเคสที่มี Ptosis ร่วมด้วย
Blepharoptosis คืออะไร?
Blepharoptosis คือภาวะหนังตาตกที่เปลือกตาบนคล้อยลงมาต่ำกว่าระดับปกติ จนบังตาดำมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ตาดูง่วง หรือตาเล็กไม่สดใส และในเคสรุนแรงอาจบดบังสายตาได้ ภาวะนี้เกี่ยวกับความผิดปกติของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา เอ็นหรือพังผืดที่พยุงหนังตา หรือเส้นประสาทที่ควบคุมการลืมตา จึงต้องให้จักษุแพทย์เป็นคนประเมินและวางแผนรักษาเหมาะเป็นรายบุคคล
Pseudoptosis คืออะไร?
Pseudoptosis คือภาวะที่ดูเหมือนหนังตาตก แต่จริงๆ กล้ามเนื้อยกหนังตาและระบบประสาทที่ควบคุมการลืมตายังปกติอยู่ สาเหตุมาจากอย่างอื่นที่ทำให้ตาดูตก เช่น หนังตาเกิน หนังตาหย่อนมาก คิ้วตก เบ้าตาลึก หรือมีก้อนไขมันที่เปลือกตา ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็น Ptosis ดังนั้น การรักษาจะเน้นแก้ต้นเหตุนี้ ไม่ใช่ผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อยกหนังตาเหมือนใน Ptosis จริงๆ






ความคิดเห็น