top of page
ค้นหา

ตาไม่เท่ากันเกิดจากอะไร? แก้ไขอย่างไรให้ตากลับมาเท่ากันเหมือนเดิม

Key Takeaway

  • ลักษณะตาไม่เท่ากันคือ ภาวะที่ดวงตาทั้งสองข้างมีขนาด หรือตำแหน่งไม่สมดุลกัน อาจเห็นได้จากเปลือกตาข้างหนึ่งตกหรือเปิดได้ไม่เท่ากับอีกข้าง ทำให้ใบหน้าดูไม่สมมาตร

  • ตาไม่เท่ากันเกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โครงสร้างกระดูกเบ้าตาและระดับคิ้วไม่เท่ากัน อายุที่เพิ่มขึ้น โรคเกี่ยวกับตา อุบัติเหตุ ปัญหาหลังทำตาสองชั้น หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต

  • โดยทั่วไป ปัญหาตาไม่เท่ากันไม่อันตราย แต่หากเกิดจากกล้ามเนื้อหรือโครงสร้างผิดปกติอาจส่งผลต่อการมองเห็น และทำให้สูญเสียความมั่นใจในบุคลิกภาพได้

  • วิธีแก้ปัญหาตาไม่เท่ากันทำได้หลายวิธี เช่น การปรับกล้ามเนื้อตา การยกคิ้ว การฉีดโบท็อกซ์ปรับสมดุล หรือ การผ่าตัด เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างตรงจุด


เคยรู้สึกว่าตาสองข้างดูไม่เท่ากันไหม? ทั้งที่ตอนส่องกระจกก็ไม่ได้สังเกตมาก่อน ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ปกติตาทั้งสองข้างของคนเราไม่ได้เท่ากันอยู่แล้ว ปัญหา ‘ตาไม่เท่ากัน’ หรือตาซ้ายขวาไม่เท่ากัน ทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล หรือดูเหนื่อยแม้ในวันที่พักผ่อนเต็มที่


ตาไม่เท่ากันเกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โครงสร้างกระดูกเบ้าตาและระดับคิ้วไม่เท่ากัน อายุที่เพิ่มขึ้น โรคเกี่ยวกับตา อุบัติเหตุ ปัญหาหลังทำตาสองชั้น และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่เราทำซ้ำๆ ทุกวันโดยไม่รู้ตัว ปัญหาเล็กๆ นี้เริ่มเปลี่ยนรูปหน้าและสายตาของเราไปไม่ทันสังเกต บทความนี้พาไปรู้จักภาวะตาไม่เท่ากันว่าคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และอันตรายไหม รวมถึงวิธีแก้ไขตาไม่เท่ากันทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด


ดวงตาที่สวย สมดุล ต้องมีลักษณะแบบไหน

ดวงตาที่สวย สมดุล ต้องมีลักษณะแบบไหน?

รูปทรงของดวงตาแต่ละคนมีลักษณะที่ต่างกันออกไป เช่น ทรงอัลมอนด์ ทรงตาแมว หรือดวงตากลมโต แต่สำหรับดวงตาที่สวยและสมดุลต้องมีลักษณะดังนี้


  • ดวงตาเปิดจนเห็นตาดำชัดเจน หรือเปลือกตาปิดลงมาไม่เกิน 1 - 2 มิลลิเมตร เพราะหากเปลือกตาปิดมากเกินไป จะทำให้ตาดูเหนื่อย ตาปรือ หรือเกิดปัญหาในการมองเห็น จนต้องคอยเลิกคิ้วหรือเพ่งสายตาบ่อยๆ

  • ขอบตาล่างพอดีกับขอบตาดำ หากอยู่ต่ำเกินไปจะทำให้เห็นตาขาวมากเกินและดูตาลอย แต่ถ้าอยู่สูงเกินไปจะทำให้หางตาดูชี้ขึ้นและตาดูเล็กลง

  • เบ้าตาไม่ลึกหรือนูนมากเกินไป เพราะเบ้าตาลึกจะทำให้ใบหน้าดูมีอายุ ขณะที่เบ้าตานูนมากจะทำให้ดวงตาดูบวมและเห็นชั้นตาไม่ชัดเจน

  • ความยาวชั้นตาพอดีกับหางตา หากยาวเกินไปจะทำให้ดูมีอายุและใบหน้าดูเหนื่อย

  • ตาดำอยู่ตรงกลางดวงตาพอดี สำหรับคนที่มีหนังตาเยอะจนปิดหัวตา อาจทำให้ดูเหมือนตาเขโดยไม่ตั้งใจ

  • ระยะห่างระหว่างตาและคิ้วอยู่ห่างกันพอดี หากใกล้กันเกินไปจะทำให้ตาดูลึก เห็นขอบเบ้าตาชัด และทำให้ใบหน้าดูเข้มเกินไป


ลักษณะตาไม่เท่ากัน เป็นอย่างไร

ลักษณะตาไม่เท่ากัน เป็นอย่างไร?

ตาไม่เท่ากันเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และมักทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุลอย่างที่คิด โดยทั่วไปแล้ว ตาไม่เท่ากันคือ ลักษณะของโครงสร้างใบหน้าทั้งจากส่วนกระดูกกระบอกตา ส่วนของเปลือกตา หรือคิ้ว ที่ทำให้มองเห็นดวงตาทั้งสองข้างมีขนาดแตกต่างกันชัดเจน หรือขาดความสมมาตรกัน ภาวะนี้อาจไม่ได้ส่งผลต่อการมองเห็นโดยตรง แต่ส่งผลต่อความสวยงามของใบหน้า ทำให้ดูขาดมิติหรือไม่มั่นใจในตัวเองได้


ตาไม่เท่ากันเกิดจากอะไร

ตาไม่เท่ากันเกิดจากอะไร?

ปัญหาตาไม่เท่ากันเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่กำเนิด และปัจจัยภายนอกอื่นๆ ดังนี้


ตาไม่เท่ากันตั้งแต่กำเนิด

บางคนมีตาไม่เท่ากันมาตั้งแต่เกิด แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคเสมอไป แต่เกิดจากความแตกต่างทางโครงสร้างของร่างกายที่มีมาแต่กำเนิด ปัญหาตาไม่เท่ากันแต่กำเนิดเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โครงสร้างกระดูกเบ้าตาไม่เท่ากัน ระดับความสูงต่ำของคิ้วทั้งสองข้างไม่เท่ากัน หรือใบหน้าขาดความสมมาตร ซึ่งแต่ละสาเหตุส่งผลให้ดวงตาทั้งสองข้างดูไม่เท่ากันในระดับที่ต่างกันไป


กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เกิดจากกล้ามเนื้อที่เปลือกตาทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เปลือกตาข้างหนึ่งตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ ตาดำไม่เท่ากัน ส่งผลให้ดวงตาดูเล็กกว่าอีกข้าง อาจเกิดได้ทั้งข้างเดียวหรือสองข้าง และหากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจหรือมองเห็นไม่ชัดได้ในระยะยาว


โครงสร้างกระดูกเบ้าตาไม่เท่ากัน

โครงสร้างกระดูกเบ้าตาทั้งสองข้างมีระดับความสูงหรือลึกไม่เท่ากัน ทำให้ตำแหน่งของลูกตาและชั้นตาดูไม่สมดุล จึงเกิดความแตกต่างของความลึกหรือความสูงระหว่างตาทั้งสองข้าง ส่งผลให้ใบหน้าดูไม่สมมาตรและอาจสังเกตได้ชัดเจนขึ้นเมื่อแสดงสีหน้าหรือถ่ายรูป


ระดับความสูงต่ำของคิ้วสองข้างไม่เท่ากัน

ระดับความสูงต่ำของคิ้วทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ส่งผลให้ตำแหน่งของดวงตาดูไม่เท่ากัน ซึ่งมักสัมพันธ์กับโครงสร้างกระดูกใบหน้า กล้ามเนื้อหน้าผาก หรือเปลือกตา หากคิ้วข้างหนึ่งยกสูงกว่าปกติ จะทำให้ดวงตาข้างนั้นดูเปิดกว้างกว่าอีกข้าง แม้ในขณะลืมตาปกติ


ใบหน้าขาดความสมมาตร

ใบหน้าขาดความสมมาตร เช่น โครงหน้าไม่เท่ากันหรือไม่สมส่วน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ดวงตาดูไม่เท่ากัน อาจเกิดจากความผิดปกติของโครงกระดูกใบหน้าตั้งแต่กำเนิด หรือพัฒนาการของกล้ามเนื้อที่ไม่สมดุล ส่งผลให้เบ้าตาและแนวคิ้วอยู่ในระดับที่ต่างกัน ทำให้รูปหน้าโดยรวมดูไม่สมดุล


อายุเพิ่มมากขึ้น

ดวงตาไม่เท่ากันอาจค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นตามกาลเวลาเมื่ออายุมากขึ้น ในผู้สูงอายุที่อาจมีหนังตาตกลงมา ซึ่งเกิดจากความหย่อนคล้อยตามวัย การสะสมไขมันที่มากขึ้นบริเวณเปลือกตา หรือปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ผลคือดวงตาข้างหนึ่งอาจเปิดได้กว้างน้อยกว่าอีกข้าง ทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุลและดูเหนื่อยล้า แม้ในวันที่พักผ่อนเพียงพอ การเปลี่ยนแปลงแบบนี้จึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่ควรสังเกตและดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ


โรคเกี่ยวกับดวงตา

ตาไม่เท่ากันอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่ก็ได้ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดขึ้นเร็วหรือชัดขึ้นเรื่อยๆ เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด และการเปิดของชั้นตาที่ไม่เท่ากัน หรือพบอาการตาโปนจากการสะสมของไขมันในกระบอกตาจากภาวะไทรอยด์เป็นพิษ หรือก้อนเนื้อบริเวณลูกตา จำเป็นต้องได้รับการตรวจโดยจักษุแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เพราะอาจส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อตาได้


อุบัติเหตุบริเวณรอบดวงตา

อุบัติเหตุที่กระทบบริเวณรอบดวงตาอาจสร้างความเสียหายต่อกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของตาได้โดยตรง โดยเฉพาะในกรณีที่มีการบาดเจ็บต่อระบบประสาท ที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อกระบอกตา กล้ามเนื้อเปิดตา ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อเปิดตา หรือกล้ามเนื้อหน้าด้านที่เกิดอุบัติเหตุอ่อนแรง


หรือกรณีบาดเจ็บโดยตรงของกล้ามเนื้อตาเปิดหรือกล้ามเนื้อตาด้านนั้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หนังตาตก คิ้วตก และตาดูไม่เท่ากันได้ ส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุล และดวงตาทั้งสองข้างมีระดับที่แตกต่างกันชัดเจน อาจกระทบต่อการมองเห็นและความมั่นใจในระยะยาวอีกด้วย


ปัญหาหลังทำตาสองชั้น

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะตาไม่เท่ากัน คือปัญหาหลังทำตาสองชั้น เกิดจากการที่ชั้นตาทั้งสองข้างไม่สมดุลหลังผ่าตัดหรือหลังแผลหายดีแล้ว อาจเกิดจากการทำตาสองชั้นด้วยวิธีเย็บจุด โดยไม่ได้ตัดหนังตาส่วนเกินออก ทำให้ชั้นตาหลุดลงมา หรือการศัลยกรรมตาสองชั้น โดยไม่ได้รักษาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงของคนไข้ก่อน ผลที่ตามมาคือดวงตาข้างหนึ่งดูเปิดน้อยกว่าอีกข้าง หรือมีรอยพับของชั้นตาไม่เท่ากัน ส่งผลให้ดวงตาไม่สมดุลและใบหน้าดูไม่เท่ากัน


พฤติกรรมการใช้ชีวิต

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนทำให้ตาไม่เท่ากัน เพราะเมื่อเราทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกวัน กล้ามเนื้อรอบดวงตาจะค่อยๆ เสียสมดุลไปโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะพฤติกรรมการสูบบุหรี่ แสดงสีหน้า ขยี้ตา ใช้กล้ามเนื้อตาจ้องหน้าจอโทรศัพท์นานๆ หรือไม่ใส่แว่นกันแดดปกป้องสายตา เมื่อทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ดวงตาข้างหนึ่งจะล้าเร็วกว่าปกติ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และนำไปสู่ความไม่สมดุลของดวงตาในที่สุด


ตาไม่เท่ากันอันตรายไหม? ส่งผลกระทบอย่างไร

หลายคนอาจคิดว่าตาไม่เท่ากันเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ต้องกังวล แต่จริงๆ แล้วปัญหานี้อาจส่งผลได้มากกว่าที่คิด เพราะดวงตาคือจุดเด่นที่สื่ออารมณ์และความมั่นใจบนใบหน้า หากข้างหนึ่งเล็ก อีกข้างหนึ่งใหญ่ ก็อาจทำให้สีหน้าโดยรวมดูไม่สมดุลและสูญเสียเสน่ห์ไป ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ หรือสร้างความรำคาญใจในการใช้ชีวิต เช่น ทำให้หน้าตาดูไม่สดใส ดูไม่เป็นมิตร เพราะตาดูปรือเหมือนคนเหนื่อยและง่วงนอนตลอดเวลา บางทีก็ทำให้ต้องแต่งหน้านานกว่าปกติ เพราะต้องติดสติกเกอร์ให้ตาเท่ากัน เป็นต้น


บางกรณียังส่งผลเสียต่อการมองเห็นด้วย เช่น หนังตาตกลงมาปิดตาดำมากเกินไป ทำให้ต้องเพ่งหรือคอยเลิกคิ้วอยู่บ่อยๆ เพื่อให้มองเห็นได้เต็มที่ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้น แม้ตาไม่เท่ากันจะไม่ใช่ภาวะอันตรายร้ายแรง แต่ก็ควรใส่ใจ เพราะอาจกระทบทั้งภาพลักษณ์ บุคลิก และคุณภาพการมองเห็นในระยะยาวได้


แนวทางรักษาและวิธีแก้ปัญหาตาไม่เท่ากัน

ปัญหาตาไม่เท่ากันสามารถรักษาและแก้ไขได้ด้วยทั้งวิธีผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการร่วมด้วยดังนี้


วิธีแก้ไขปัญหาตาไม่เท่ากันแบบไม่ผ่าตัด

วิธีแก้ไขปัญหาตาไม่เท่ากันแบบไม่ผ่าตัด

คนที่มีปัญหาตาไม่เท่ากันแต่ไม่อยากผ่าตัด มาดูวิธีแก้ไขปัญหาตาไม่เท่ากันแบบไม่ผ่าตัดกัน มีทั้งการแก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง หรือทำหัตถการต่างๆ ดังนี้


การฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์ใช้ในกรณีปัญหาตาไม่เท่ากันที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยเลิกคิ้ว หรือเลิกหน้าผาก รวมถึงคนที่มีริ้วรอยขนาดเล็กบริเวณดวงตา เช่น รอยตีนกา รอยย่นใต้ตา หรือรอยขมวดคิ้ว แพทย์จะฉีดสารคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ที่รบกวนการทำงานของระบบประสาทเข้าไปที่กล้ามเนื้อหน้าผาก หรือหางตา เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น วิธีนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ดวงตาทั้งสองข้างดูกลมกลืนและสมมาตรมากขึ้น


  • ข้อดี ช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้รอยย่นและริ้วรอยบริเวณดวงตาดูจางลง ผิวเรียบเนียนขึ้น และช่วยให้ดวงตาดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ข้อเสีย หากฉีดในปริมาณมากเกินไป บริเวณรอบดวงตาอาจดูแข็ง หรือตาไม่เป็นธรรมชาติ จำเป็นต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสมดุลพอดี


การฉีดฟิลเลอร์

สำหรับคนที่มีปัญหาตาไม่เท่ากันจากความลึกของเบ้าตา ตาโหล หรือชั้นตาที่ไม่สมดุล การฉีดฟิลเลอร์ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยปรับรูปตาให้ดูเท่ากันได้เป็นธรรมชาติ แพทย์จะฉีดสารไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เข้าไปบริเวณเปลือกตา หรือชั้นตา เพื่อทดแทนไขมันหรือตกแต่งให้ชั้นตาดูชัดขึ้น ทำให้ดวงตาดูมีมิติและสมดุลมากขึ้นหลังทำ


  • ข้อดี เห็นผลเร็ว ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากผ่าตัดหรือมีเวลาจำกัด

  • ข้อเสีย มีอายุอยู่ได้ประมาณ 1 - 2 ปี แล้วสลายไปตามธรรมชาติ และอาจมีอาการบวมในช่วงแรกที่ฉีด รวมถึงมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่อระบบเส้นเลือดรอบตาและการมองเห็น จึงควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์


การร้อยไหม

เทคนิคการร้อยไหมช่วยปรับสมดุลของดวงตา โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาตาตกหรือหนังตาหย่อนคล้อย และตาไม่เท่ากัน ช่วยยกหางตา หรือยกคิ้ว นิยมใช้กับคนที่มีหนังตาหย่อนมาก แพทย์จะสอดไหมละลายแบบเงี่ยงลงไปที่ชั้นผิวหนัง เพื่อดึงให้ผิวหนังตึงและเป็นทรงตามแนวเส้นไหม


  • ข้อดี เห็นผลหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไหมที่ใช้จะละลายไปเองภายใน 4 - 5 เดือน เหมาะสำหรับคนที่อยากปรับรูปตาเร็วๆ และไม่อยากผ่าตัด

  • ข้อเสีย หากทำโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ อาจเกิดปัญหาผิวไม่เรียบ เป็นก้อน หรือกระทบต่ออวัยวะใกล้เคียงได้ อีกทั้งผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน ต้องทำซ้ำเพื่อคงความกระชับของผิวในระยะยาว


Ulthera

Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ที่มีความแม่นยำสูง ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวรอบดวงตาและคิ้วยกกระชับขึ้นและดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่มีอาการตาไม่เท่ากันจากความหย่อนคล้อยของผิวหรือกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง โดยเฉพาะบริเวณหางตาและคิ้ว


  • ข้อดี เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1 - 2 เดือนหลังทำ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ

  • ข้อเสีย อาจรู้สึกเจ็บหรือระบมเล็กน้อยระหว่างทำ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน และอาจต้องทำซ้ำปีละ 1 - 2 ครั้งเพื่อคงความกระชับต่อเนื่อง


Thermage

Thermage เป็นการยกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุ ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาตาไม่เท่ากันจากผิวหนังรอบดวงตาหย่อนคล้อย หรือมีไขมันสะสมใต้ตา ทำให้ผิวแน่นขึ้นและยกดวงตาให้สมดุลโดยไม่ต้องผ่าตัด


  • ข้อดี เห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังทำบางส่วน ผิวรอบดวงตาดูกระชับขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 1 - 2 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1 - 2 ปี และไม่ต้องพักฟื้น

  • ข้อเสีย อาจรู้สึกอุ่นหรือแสบขณะทำ หากพลังงานสูงเกินไปอาจทำให้ผิวแดงหรือระคายชั่วคราว และค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับวิธีอื่น


เทคนิคการแต่งหน้า

สำหรับใครที่มีปัญหาตาไม่เท่ากัน แต่ยังไม่พร้อมทำหัตถการ การแต่งหน้าถือเป็นตัวช่วยที่ง่ายและเห็นผลได้ทันที เพราะเป็นวิธีช่วยปกปิดริ้วรอยบนใบหน้า หรือปัญหาตาไม่เท่ากันได้ เช่น การติดสติกเกอร์บริเวณชั้นตาที่ตก การไฮไลต์และคอนทัวร์รอบดวงตา หรือการเขียนคิ้วใหม่ให้สมดุลกัน รวมถึงการปรับทรงผมเพื่อพรางความไม่เท่ากันของดวงตาก็ช่วยได้ไม่น้อย


  • ข้อดี มีราคาถูกกว่าการทำหัตถการ และสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขภาพลักษณ์ในระยะสั้น

  • ข้อเสีย เป็นการแก้ปัญหาแบบชั่วคราว และไม่สามารถใช้ได้ในกรณีที่มีความไม่สมดุลของดวงตารุนแรงหรือเกิดจากโครงสร้างใบหน้าโดยตรง


วิธีแก้ไขปัญหาตาไม่เท่ากันแบบผ่าตัด

วิธีแก้ไขปัญหาตาไม่เท่ากันแบบผ่าตัด

บางคนที่มีปัญหาตาไม่เท่ากันจนส่งผลต่อความมั่นใจ หรือกระทบกับการมองเห็น การศัลยกรรมถือเป็นทางออกที่รักษาตรงจุด ให้ผลลัพธ์ชัดเจน และนานกว่าหัตถการ เพราะสามารถปรับสมดุลของดวงตาได้ตรงจุดและแม่นยำกว่าเทคนิคทั่วไป ใช้ได้กับคนที่มีปัญหามาก หรือผู้สูงอายุได้


การแก้ไขปัญหาตาไม่เท่ากันด้วยการผ่าตัด หรือการศัลยกรรมตา ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยความรุนแรง และการประเมินของแพทย์ ร่วมกับการพูดคุยกับคนไข้ เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมแต่ละกรณี ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตา ผ่าตัดกระดูกเบ้าตา หรือแก้ตาสองชั้น


การศัลยกรรมตาสองชั้น

การศัลยกรรมตาสองชั้น (Upper Blepharoplasty) เป็นการผ่าตัดเพื่อสร้างชั้นหนังตาขึ้นมาใหม่ เพื่อช่วยให้ตาดูโต สดใส และได้รูปทรงที่ต้องการ รวมถึงใช้เพื่อแก้ไขปัญหาตาไม่เท่ากันที่เกิดจากการเกาะของชั้นตา โดยวิธีนี้มีหลายเทคนิค เช่น การกรีดสั้น การกรีดยาว การเปิดหัวตา หรือการเย็บ 3 จุด แพทย์จะเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับปัญหาและลักษณะดวงตาของแต่ละคน


  • ข้อดี ใช้เวลาพักฟื้นน้อย และสามารถปรับรูปทรงตาได้ตามต้องการ ช่วยให้ดวงตาดูสมดุลและกลมโตขึ้นดูเป็นธรรมชาติ

  • ข้อเสีย จำเป็นต้องตัดไหม และบางเทคนิคอาจมีความเสี่ยงที่ชั้นหนังตาจะหลุดได้ หากดูแลไม่ถูกวิธีหรือเลือกคลินิกที่ไม่มีประสบการณ์มากพอ

การศัลยกรรมกล้ามเนื้อเปิดตา

สำหรับคนที่มีปัญหาตาไม่เท่ากันจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การรักษาด้วยศัลยกรรมดึงกล้ามเนื้อเปิดตา (Ptosis Correction) ถือเป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขได้อย่างตรงจุด โดยแพทย์จะปรับระดับกล้ามเนื้อที่ใช้เปิดตา ด้วยการดึงหรือปรับระยะให้เท่ากันทั้งสองข้าง เพื่อให้ดวงตาดูสมดุลและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น


  • ข้อดี เป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงสาเหตุ เปิดตาได้กว้างขึ้นและช่วยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นหลังพักฟื้น

  • ข้อเสีย เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยประสบการณ์ หากไม่ได้รับการรักษาโดยแพทย์ด้านจักษุตกแต่งหรือศัลยกรรมตกแต่ง อาจเกิดความคลาดเคลื่อนของระดับตาหรือภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้


ผ่าตัดกระดูกเบ้าตา (Orbital Surgery)

การผ่าตัดกระดูกเบ้าตา (Orbital Surgery) เป็นการศัลยกรรมรักษาความผิดปกติบริเวณเบ้าตา เหมาะสำหรับคนที่มีก้อนในกระบอกตาจากปัญหาไทรอยด์ เนื้องอกในกระบอกตา หรืออุบัติเหตุต่อกระบอกตา เช่น กระดูกแตก หรือมีความผิดปกติของโครงสร้างเบ้าตา แพทย์อาจผ่าตัดเพื่อตัดกระดูกหรือไขมันส่วนเกิน รวมถึงปรับตำแหน่งโครงสร้างรอบดวงตาให้สมดุลขึ้น ช่วยให้รูปตากลับมาเท่ากันและลดอาการผิดรูปที่เกิดจากสาเหตุทางกายภาพได้ตรงจุด


  • ข้อดี เป็นการรักษาที่แก้ปัญหาได้ลึกถึงต้นเหตุ ช่วยปรับโครงสร้างเบ้าตาให้สมมาตร และป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่อดวงตาและการมองเห็นในระยะยาว

  • ข้อเสีย เช่นเดียวกับการผ่าตัดอื่นๆ อาจเกิดอาการฟกช้ำ เลือดออก แผลเป็น หรือการติดเชื้อได้ หากไม่ดูแลอย่างถูกวิธีหลังการผ่าตัด


การเตรียมตัวก่อน - หลังศัลยกรรมแก้ตาไม่เท่ากัน

การเตรียมตัวก่อนและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อแก้ไขปัญหาตาไม่เท่ากันสำคัญมาก เพราะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์ และยังช่วยให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วยิ่งขึ้น


การเตรียมตัวก่อนแก้ไขตาไม่เท่ากัน

  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการรักษาของตัวเอง เช่น โรคประจำ ยาประจำตัว อาหารเสริมที่กิน และประวัติการแพ้ยา หรือแพ้อาหาร

  • งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์

  • งดอาหารเสริมและสมุนไพรต่างๆ รวมถึงยาในกลุ่มแอสไพริน หรือไอบิวโพรเฟน เพราะส่งผลให้เกิดเลือดคั่ง หรือรอยฟกช้ำหลังผ่าตัดได้

  • ควรสระผมและพักผ่อนให้เพียงพอก่อนผ่าตัด

  • ควรลาหยุดไว้อย่างน้อย 3 วัน เพื่อพักฟื้น

  • งดใส่คอนแทกต์เลนส์และแต่งหน้าในวันผ่าตัด


การดูแลตัวเองหลังแก้ไขตาไม่เท่ากัน

  • ประคบเย็นบริเวณรอบดวงตา หรือหน้าผากติดต่อกัน 3 วัน สามารถทำได้ทันทีหลังผ่าตัด

  • กินยาตามที่แพทย์สั่ง และมาพบแพทย์ตามนัด

  • เริ่มประคบอุ่นในวันที่ 3 หลังผ่าตัด

  • ห้ามให้แผลโดนน้ำ เช่น สระผม อาบน้ำ หรือล้างหน้า จนกว่าจะตัดไหม

  • งดอาหารแสลงหลังผ่าตัด เช่น อาหารหมักดอง อาหารทะเล และอาหารรสจัด

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่

  • งดใช้เครื่องสำอางบริเวณดวงตาและใส่คอนแทกต์เลนส์ 3 สัปดาห์


แก้ตาไม่เท่ากันที่เศาณานนท์คลินิก (Saonanon) ดีอย่างไร

  • รศ.พญ.เปรมจิต เศาณานนท์ จักษุแพทย์ (จักษุตกแต่งและเสริมสร้าง) แพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดเปลือกตา ทั้งเพื่อความสวยงามและการรักษาโรค

  • แพทย์ได้รับการยอมรับทั้งด้านความเชี่ยวชาญทางวิชาการและฝีมือการผ่าตัดในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในการแก้ไขตาสองชั้นจากการศัลยกรรม ถุงใต้ตา และหนังตาเกินในผู้สูงอายุ

  • มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนการรักษาจะดำเนินไปอย่างประณีต และได้มาตรฐาน ราคาสมเหตุสมผล พร้อมมีรีวิวเทียบให้ดูความต่างระหว่างก่อนทำและหลังทำ

  • คลินิกให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นหลัก มากกว่ามุ่งหวังผลกำไร จึงสามารถมั่นใจได้ว่าทุกคำแนะนำและการดูแลที่ได้รับ จะถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์และความเหมาะสมสำหรับคุณเสมอ


สรุป

ภาวะตาไม่เท่ากันเป็นปัญหาที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งโครงสร้างใบหน้า กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน นอกจากทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุลแล้ว ยังกระทบต่อความมั่นใจและการมองเห็นได้ในระยะยาว วิธีรักษามีตั้งแต่การปรับกล้ามเนื้อตา การยกคิ้ว ไปจนถึงการผ่าตัดเฉพาะทาง ช่วยปรับตำแหน่งตาให้สมดุลและมองเห็นได้เหมือนเดิม


Saonanon Clinic ให้บริการรักษาและแก้ไขปัญหาตาไม่เท่ากันโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ด้วยเทคนิคที่ทันสมัย ทั้งการปรับกล้ามเนื้อตา ยกคิ้ว หรือผ่าตัดกระดูกเบ้าตา เพื่อฟื้นความสมดุลให้ดวงตาดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ หากสงสัยว่า แก้ตาไม่เท่ากันราคาเท่าไร เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างละเอียดเพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาตาไม่เท่ากัน (FAQ)


ทำไมอยู่ดีๆ ตาถึงไม่เท่ากัน?

ตาอาจไม่เท่ากันเฉียบพลันได้จากปัจจัยหลายอย่าง เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ข้างใดข้างหนึ่งหย่อนลง หรืออาจเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับชั้นตา ไขมันในเบ้าตา หรืออุบัติเหตุและโรคบางชนิดที่มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อตา เมื่ออายุมากขึ้นก็มีโอกาสตาไม่เท่ากันได้ชัดเจนขึ้น


ปกติตาคนเราเท่ากันไหม?

โดยทั่วไป ดวงตาของคนเราไม่เท่ากันร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะโครงสร้างใบหน้า เช่น คิ้ว โหนกแก้ม หรือกระดูกใบหน้า 2 ข้างไม่สมมาตรกันเสมอไป ดังนั้น จึงมีความแตกต่างเล็กน้อยที่สังเกตได้บ้างเป็นเรื่องปกติ แต่หากเห็นแตกต่างชัดเจนอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือเกิดขึ้นภายหลังจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น


ตาเหล่แก้ได้อย่างไร?

การแก้ไขตาเหล่ขึ้นกับสาเหตุ หากเกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สามารถผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตาให้ตาเปิดใกล้เคียงกันมากขึ้นได้ หรือหากเกิดจากชั้นตาไม่เท่ากันก็สามารถเย็บชั้นตาใหม่แบบแผลเล็ก อีกทางเลือกหนึ่งคือการผ่าตัดย้ายไขมันในเบ้าตาเพื่อแก้ปัญหาเบ้าตาลึก เพื่อให้ตาทั้งสองข้างดูใกล้เคียงกันและเสริมบุคลิกภาพ

 
 
 

กดเพื่อนำทาง

เศาณานนท์คลินิก 

34 ซ.ทองหล่อ 25 ถ.สุขุมวิท 55 กท. 10110

กดเพื่อโทร

Tel.  0909463090

Whatsapp : +66932705000

 

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram

กดจองคิวตรวจออนไลน์

line-icon.png

กด add Line

facebook : Saonanon clinic

กดเพื่อเข้า FB

bottom of page