หนังตาหย่อนเกิดจากอะไร? มีวิธีแก้ไขให้ดวงตากลับมาสดใสอย่างไร
- Saonanon Content

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
Key Takeaway
หนังตาหย่อนคือภาวะที่ผิวหรือเปลือกตาบนคล้อยลงมาต่ำกว่าปกติ อาจเกิดร่วมกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำให้ดวงตาดูง่วง เหนื่อย หรือเล็กลงกว่าเดิม
สาเหตุหนังตาหย่อนเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น พันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ขยี้ตาบ่อย พักผ่อนน้อย หรือเกิดจากโรคและความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา
ผลกระทบของภาวะหนังตาหย่อนทำให้การมองเห็นลดลง ใบหน้าดูอ่อนล้า แต่งตายาก และอาจปวดกล้ามเนื้อใบหน้าจากการใช้หน้าผากช่วยยกเปลือกตาอยู่ตลอดเวลา
วิธีแก้หนังตาหย่อนด้วยการผ่าตัด ได้แก่ ตัดหนังตาบน ยกกล้ามเนื้อตา (Ptosis Surgery) หรือยกคิ้ว ขึ้นอยู่กับสาเหตุและโครงสร้างตา โดยแพทย์จะประเมินเพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสม
ถ้ารู้สึกว่าดวงตาดูเศร้า ล้า หรือเหมือนอายุเพิ่มขึ้นกว่าความจริง อาจไม่ใช่เพราะนอนน้อยอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณของหนังตาหย่อน คือภาวะที่เปลือกตาบนตกลงมาต่ำกว่าปกติ จนบางครั้งปิดตาดำและรบกวนการมองเห็น หนังตาหย่อนเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น พันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือภาวะหนังตาเกิน
ปัญหาเล็กๆ รอบดวงตาที่ไม่เล็กอย่างที่คิด เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจได้มากกว่าที่คิด บทความนี้จะพาไปรู้จักปัญหาหนังตาหย่อน ตั้งแต่สาเหตุ ผลกระทบ ไปจนถึงวิธีแก้ไขที่เหมาะสม
ภาวะหนังตาหย่อน คืออะไร?
ภาวะหนังตาหย่อน (Dermatochalasis) คือการที่ผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนยืดตัวหรือหย่อนคล้อยลงมากกว่าปกติ จนบดบังชั้นตา หรือในบางคนอาจทับแนวการมองเห็นได้ ส่วนหนังตาตก (Eyelid Ptosis) จะเกี่ยวกับกล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตาอ่อนแรง ทำให้เปลือกตาตกลงมากกว่าปกติ แม้จะพยายามลืมตาก็ยังยกได้ไม่เต็มที่ ทั้งสองภาวะอาจเกิดร่วมกันได้ จึงต้องวินิจฉัยแยกให้ละเอียด
อาการที่พบคือดวงตาดูง่วง เหนื่อยอยู่ตลอดเวลา แต่งตายากขึ้น หรือเริ่มมองเห็นไม่ชัดเพราะหนังตาบดบัง ทำให้บุคลิกภาพดูไม่มีราศีหรือหม่นลงกว่าที่ควร

หนังตาหย่อนเกิดจากอะไร?
หนังตาหย่อนเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้เกี่ยวกับอายุอย่างเดียว แต่รวมถึงโครงสร้างดวงตาเดิม พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และปัญหากล้ามเนื้อตาที่อาจซ่อนอยู่ด้วย
1. อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวหนังรอบดวงตาซึ่งบางและอ่อนโยนเป็นพิเศษจะสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่นต่อเนื่อง เอ็นและกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงเปลือกตาก็อ่อนแรงลง จึงทำให้หนังตาค่อยๆ หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง บางครั้งไขมันใต้ตายังเคลื่อนตัวลงมาดันผิวให้ดูหนักและตกลงกว่าเดิม ภาวะนี้เกิดช้าๆ จนหลายคนสังเกตได้เมื่อดวงตาดูง่วงหรือเล็กลงกว่าเดิม
2. พันธุกรรม
บางคนมีโครงสร้างผิวและกล้ามเนื้อตาบางกว่าปกติตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้เกิดหนังตาหย่อนเร็วกว่าอายุจริง แม้จะดูแลผิวดีหรืออายุยังไม่มาก ดวงตาก็อาจเริ่มมีหนังส่วนเกินหรือชั้นตาหลบได้ นอกจากนี้ รูปทรงเบ้าตาและปริมาณไขมันที่กำหนดโดยพันธุกรรมยังมีผลโดยตรงต่อความหย่อนคล้อยบริเวณเปลือกตา ทำให้ปัญหาเกิดซ้ำหรือเกิดเร็วในบางคน
3. พฤติกรรมการใช้ชีวิต
การขยี้ตาบ่อย ใช้สายตาหนักจากการจ้องหน้าจอนาน นอนหลับไม่เพียงพอ หรือการสูบบุหรี่ ทำให้ผิวรอบดวงตาเสื่อมเร็วกว่าปกติ พฤติกรรมนี้เร่งให้คอลลาเจนลดลงและทำให้กล้ามเนื้อรอบตาล้า ส่งผลให้หนังตาตกง่ายขึ้น นอกจากนี้ ความเครียดและการอดน้ำนานๆ ยังทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและความกระชับจนเห็นความหย่อนชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
4. ภาวะทางการแพทย์
บางโรคหรือภาวะทางการแพทย์ เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) โรคภูมิแพ้ที่ทำให้ขยี้ตาบ่อย หรือภาวะผิวหนังบางผิดปกติ สามารถเร่งให้หนังตาหย่อนเร็วกว่าปกติได้ ในบางคน ยาบางชนิดหรือการผ่าตัดดวงตาในอดีตก็อาจทำให้กล้ามเนื้อและผิวบริเวณเปลือกตาอ่อนแรงลง เมื่อปัญหาเกิดจากสาเหตุทางการแพทย์ ก็ต้องประเมินและแก้ไขอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
ผลกระทบของภาวะหนังตาหย่อน
หนังตาหย่อนเป็นมากกว่าปัญหาด้านความสวยความงาม เพราะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและบุคลิกภาพโดยรวมได้
การมองเห็นลดลง หนังตาที่ตกลงมาบดบังการมอง ทำให้มองเห็นไม่ชัดโดยเฉพาะด้านบน
ปวดล้ากล้ามเนื้อใบหน้า ต้องใช้หน้าผากช่วยดึงตาอยู่ตลอดเวลา ทำให้เมื่อยและปวดศีรษะ
ใบหน้าดูเหนื่อย ง่วง หรือดูมีอายุมากขึ้น ส่งผลต่อความมั่นใจในการพบปะผู้คน
แต่งหน้ายากขึ้น โดยเฉพาะการกรีดอายไลเนอร์หรือการแต่งชั้นตา
กระทบต่อการขับรถหรือการทำงานที่ต้องใช้สายตา เพราะมุมมองแคบลงและล้าเร็ว
ดวงตาดูไม่เท่ากันในบางคน ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูไม่สมมาตร

วิธีแก้หนังตาหย่อนด้วยการผ่าตัด
เมื่อหนังตาหย่อนมากจนรบกวนการมองเห็นหรือดูเหนื่อยล้า การผ่าตัดถือเป็นวิธีที่เห็นผลชัด การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระดับความหย่อน และโครงสร้างตาของแต่ละคน ซึ่งแพทย์จะประเมินอย่างละเอียดก่อนทำ
1. ผ่าตัดหนังตาบน (Upper Blepharoplasty)
การผ่าตัดหนังตาบน คือการตัดผิวหนังส่วนเกิน ไขมันส่วนเกิน หรือปรับโครงสร้างเปลือกตาที่หย่อนคล้อยออก เพื่อให้ดวงตาดูเปิดกว้าง สดใส และลดภาระการใช้กล้ามเนื้อตา
เหมาะสำหรับคนที่มีหนังตาหย่อนจากอายุ พันธุกรรม หรือหนังส่วนเกินปิดบังชั้นตา รวมถึงคนที่แต่งหน้าได้ยากเพราะหนังตาม้วนทับ ผลลัพธ์เริ่มเห็นตั้งแต่หลังผ่าตัด และเข้าที่ประมาณ 1 - 3 เดือน อยู่ได้นานหลายปีขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง
ข้อดี
แก้ปัญหาหนังตาหย่อนและเปิดดวงตาได้ชัดเจน
ทำให้ลุกดูสดใส อ่อนวัย แต่งตาง่ายขึ้น
ผลลัพธ์อยู่ได้นานหลายปี
ช่วยเพิ่มคุณภาพการมองเห็นในคนที่หนังตาบดบัง
ข้อควรระวัง
อาจมีอาการบวมช้ำช่วง 1 - 2 สัปดาห์แรก
ต้องดูแลแผลอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันแผลนูนหรือแผลเป็น
ถ้าตัดหนังออกมากเกินไป อาจทำให้หลับตาได้ไม่สนิท (ควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์)
2. ผ่าตัดยกกล้ามเนื้อตา (Ptosis Surgery)
การผ่าตัดยกกล้ามเนื้อตา คือการปรับความตึงตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตา เพื่อให้เปลือกตายกขึ้นในระดับปกติ เหมาะสำหรับคนที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไม่ว่าจะจากพันธุกรรม อายุที่มากขึ้น หรือผลจากการผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ ทำให้ดวงตาดูง่วง ล้า หรือมองเห็นไม่ชัด
ผลลัพธ์เริ่มเห็นทันทีหลังผ่าตัด และเข้าที่ประมาณ 1 - 3 เดือน อยู่ได้นานหลายปีตามความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการดูแล
ข้อดี
ช่วยให้ตาเปิดกว้างขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
ลดอาการตาปรือ เหนื่อย หรือดูง่วง
แก้ไขปัญหาการมองเห็นในคนที่หนังตาตกจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ผลลัพธ์คงทนและเป็นการแก้ที่สาเหตุจริง
ข้อควรระวัง
ต้องทำโดยจักษุแพทย์เท่านั้น
อาจมีบวม ช้ำ หรืออาการลืมตาแล้วตึงในช่วงแรก
ถ้าปรับกล้ามเนื้อมากเกินไป อาจทำให้ตาเปิดเยอะเกินหรือไม่เท่ากัน ต้องติดตามผลใกล้ชิด
3. ผ่าตัดยกคิ้ว (Brow Lift)
การผ่าตัดยกคิ้ว คือการยกตำแหน่งคิ้วขึ้นเพื่อช่วยลดแรงกดลงมาที่เปลือกตาบน เหมาะกับคนที่มีคิ้วตกจากอายุหรือพันธุกรรม ส่งผลให้หนังตาบนหย่อน ดวงตาดูหม่นหรือเล็กลง ถึงจะไม่มีหนังตาเกินมากก็ยังทำให้ดวงตาดูปิด ผลลัพธ์เห็นชัดหลังผ่าตัด เข้าที่ภายใน 1 - 2 เดือน อยู่ได้นานหลายปีขึ้นกับสภาพผิวและการดูแล
ข้อดี
เปิดพื้นที่ตาบนให้กว้างขึ้นโดยไม่ต้องตัดหนังตามาก
ช่วยให้ดวงตาดูสดใสขึ้น และทำให้ใบหน้าโดยรวมดูยกขึ้น
เหมาะกับคนที่คิ้วตกแต่ไม่อยากยุ่งกับชั้นตาโดยตรง
รอยแผลซ่อนบริเวณไรผม ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ
ข้อควรระวัง
อาจรู้สึกตึงบริเวณหน้าผากช่วงแรก
ถ้ายกมากเกินไปอาจทำให้ใบหน้าแข็งหรือดูแปลก
ต้องดูแลอาการบวมหรือช้ำประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ พร้อมเลี่ยงแสดงสีหน้าที่เกร็งมากเกินไป
วิธีแก้หนังตาหย่อนแบบธรรมชาติ
แม้การผ่าตัดจะเป็นวิธีที่เห็นผลชัดเจน แต่ในกรณีที่หนังตาหย่อนไม่มาก หรือยังไม่พร้อมทำหัตถการ ก็มีหลายวิธีที่ช่วยชะลอ ลดความหย่อนคล้อย และทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้นได้ อาจไม่แก้ได้ทั้งหมด แต่ช่วยปรับลุกและสุขภาพผิวรอบดวงตาให้ดีขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
ประคบอุ่นเป็นประจำ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและทำให้ผิวบริเวณเปลือกตากระชับขึ้นเล็กน้อย
ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตา ที่มีส่วนผสมช่วยกระชับผิว เช่น เปปไทด์ (Peptide) เรตินอล (Retinol) หรือคาเฟอีน
นวดรอบดวงตาเบาๆ เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและลดอาการบวม
พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะนอนน้อยทำให้ผิวเสื่อมเร็วและหนังตาดูหย่อนกว่าเดิม
ลดการขยี้ตา เพราะทำให้ผิวบางลงและกล้ามเนื้อรอบตาอ่อนแรง
ปรับพฤติกรรมหน้าจอ ลดการใช้สายตานานเกินไปเพื่อลดความล้าของกล้ามเนื้อ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ส่งผลต่อสุขภาพผิวโดยรวม
รับประทานอาหารที่ดีต่อผิว เช่น วิตามินซี วิตามินอี และคอลลาเจน ช่วยชะลอความหย่อนคล้อย

การเตรียมก่อน - หลังแก้หนังตาหย่อน
การแก้หนังตาหย่อนต้องอาศัยทั้งประสบการณ์แพทย์และการเตรียมตัวที่ดีของคนไข้ เพราะการผ่าตัดบริเวณเปลือกตาเป็นพื้นที่ที่บอบบางมาก การเตรียมตัวล่วงหน้าและดูแลหลังทำอย่างถูกต้อง ช่วยให้แผลหายเร็ว ลดโอกาสบวมช้ำ และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยดูเป็นธรรมชาติ
การเตรียมก่อนแก้หนังตาหย่อน
งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ 1 - 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพื่อลดบวมและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
หยุดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี หรือน้ำมันปลา ตามคำแนะนำแพทย์
แจ้งประวัติโรคประจำตัวและการแพ้ยา เพื่อให้แพทย์เลือกเทคนิคและยาชาที่เหมาะสม
ตรวจประเมินโครงสร้างตาอย่างละเอียด โดยเฉพาะในเคสที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
พักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนวันผ่าตัด ลดอาการบวมและความล้าของกล้ามเนื้อตา
งดแต่งหน้าและคอนแทกต์เลนส์ในวันผ่าตัด เพื่อความสะอาดและลดผลข้างเคียง
เตรียมแว่นกันแดดหรือหน้ากากไว้ใช้หลังผ่าตัด เพื่อป้องกันลมและแสง
วางแผนวันพักฟื้น ลางานหรือเคลียร์ตารางประมาณ 3 - 7 วันหลังผ่าตัด
การดูแลตัวเองหลังแก้หนังตาหย่อน
ประคบเย็นใน 2 วันแรก เพื่อลดอาการบวมช้ำ หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบอุ่น
นอนศีรษะสูง 3 - 5 วันแรก ช่วยให้ของเหลวไหลเวียนดี ลดบวมได้เร็ว
เลี่ยงการขยี้ตาหรือกดบริเวณแผล ป้องกันแผลแยกหรือชั้นตาเคลื่อน
ล้างแผลและทำความสะอาดตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
งดแต่งตาอย่างน้อย 2 - 3 สัปดาห์ เพื่อให้แผลสมานตัวดี
งดออกกำลังกายหนัก 1 - 2 สัปดาห์ ลดแรงกระแทกและการไหลเวียนเลือดที่อาจทำให้บวมเพิ่ม
รับประทานยาและหยอดตาตามแพทย์สั่งสม่ำเสมอ เพื่อเร่งการฟื้นตัว
กลับมาพบแพทย์ตามนัด เพื่อตรวจความเรียบร้อยและปรับการดูแลถ้าจำเป็น
เลือกคลินิกแก้หนังตาหย่อนอย่างไรดี?
การแก้หนังตาหย่อนเป็นหัตถการที่ต้องใช้ความละเอียดสูง เพราะเกี่ยวกับผิวหนัง กล้ามเนื้อตา และในบางเคสอาจมีพังผืดหรือปัญหาซ่อนอยู่ การเลือกคลินิกที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ
เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านดวงตา เช่น จักษุแพทย์ เพราะต้องประเมินกล้ามเนื้อ เปลือกตา และชั้นไขมันอย่างละเอียด
ดูรีวิวเคสแก้โดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าคลินิกมีประสบการณ์แก้ตาที่ซับซ้อน
ขอดูภาพก่อน - หลังของเคสจริงที่คล้ายกับตัวเอง เพื่อประเมินผลลัพธ์ที่อาจจะได้หลังทำ
ปรึกษาเพื่อประเมินปัญหาเป็นรายบุคคล คลินิกที่ดีต้องอธิบายสาเหตุและเทคนิคที่เหมาะสมอย่างตรงไปตรงมา
ตรวจสอบมาตรฐานห้องผ่าตัดและเครื่องมือ ต้องสะอาด ปลอดเชื้อ และใช้เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน
มีระบบดูแลหลังผ่าตัดชัดเจน เช่น นัดติดตามผล ให้คำแนะนำ หรือช่องทางติดต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติ
ราคาอยู่ในเกณฑ์สมเหตุสมผล ไม่ถูกกว่าผิดปกติจนเสี่ยง และไม่แพงเกินจริงโดยไม่มีเหตุผลรองรับ

แก้หนังตาหย่อนที่เศาณานนท์คลินิก (Saonanon) ดีอย่างไร
รศ.พญ.เปรมจิต เศาณานนท์ จักษุแพทย์ (จักษุตกแต่งและเสริมสร้าง) แพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดเปลือกตา ทั้งเพื่อความสวยงามและการรักษาโรค
แพทย์ได้รับการยอมรับทั้งด้านความเชี่ยวชาญทางวิชาการและฝีมือการผ่าตัดในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในการแก้ไขตาสองชั้นจากการศัลยกรรม ถุงใต้ตา และหนังตาเกินในผู้สูงอายุ
มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนการรักษาจะดำเนินไปอย่างประณีต และได้มาตรฐาน ราคาสมเหตุสมผล พร้อมมีรีวิวเทียบให้ดูความต่างระหว่างก่อนทำและหลังทำ
คลินิกให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นหลัก มากกว่ามุ่งหวังผลกำไร จึงสามารถมั่นใจได้ว่าทุกคำแนะนำและการดูแลที่ได้รับ จะถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์และความเหมาะสมสำหรับคุณเสมอ
สรุป
ภาวะหนังตาหย่อนเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งอายุ พันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อตา ส่งผลต่อการมองเห็น บุคลิกภาพ และความมั่นใจ การรักษามีทั้งวิธีธรรมชาติและการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนและโครงสร้างตาของแต่ละคน
การผ่าตัด เช่น ตัดหนังตาหย่อน ยกกล้ามเนื้อตา หรือยกคิ้ว เป็นวิธีที่เห็นผลชัด การเตรียมตัวก่อน - หลังทำอย่างถูกต้องและการเลือกคลินิกที่มีประสบการณ์ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ การเลือกทำกับจักษุแพทย์ก็สำคัญมาก ยิ่งในเคสที่มีความซับซ้อนหรือมีภาวะร่วมยิ่งต้องเลือกให้ดี
สำหรับคนที่กำลังหาคลินิกแก้หนังตาหย่อน Saonanon Clinic เป็นหนึ่งในคลินิกที่ได้รับความไว้วางใจ ด้วยจักษุแพทย์ที่มีประสบการณ์ทั้งเคสแก้ไขและเคสทำใหม่ ใช้เทคนิคประเมินโครงสร้างตาแบบรายบุคคล พร้อมบริการดูแลก่อน - หลังผ่าตัด เพื่อให้กลับมามีดวงตาที่สดใส ดูเป็นธรรมชาติ และมั่นใจขึ้นอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนังตาหย่อน (FAQ)
ตัดหนังตาหย่อนอยู่ได้กี่ปี?
ผลลัพธ์ผ่าตัดหนังตาหย่อนอยู่ได้ยาวประมาณ 7 - 15 ปี หลายเคสอยู่ได้นาน 8 - 12 ปีหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับอายุ ผิว และไลฟ์สไตล์ของคนไข้ เมื่อเวลาผ่านไปผิวและคิ้วจะหย่อนลงตามวัย ทำให้บางคนอาจกลับมามีหนังตาเกินอีกครั้ง แต่โดยทั่วไปไม่ต้องผ่าตัดซ้ำบ่อยๆ
แก้ไขหนังตาหย่อนราคาเท่าไร?
การผ่าตัดแก้ไขหนังตาหย่อน โดยเฉพาะในโรงพยาบาลหรือคลินิกศัลยกรรมชั้นนำ มีราคาประมาณ 40,000 - 80,000 บาท สำหรับผ่าตัดหนังตาบนหรือหนังตาล่างเดี่ยวๆ
ขณะที่แพ็กเกจแบบรวมบน - ล่างหรือรวมค่าที่พักและบริการอื่นอาจอยู่ช่วงประมาณ 70,000 บาทขึ้นไป ราคาจริงจะขึ้นกับความยากของเคส เทคนิคที่ใช้ ยาชา ยาสลบ และชื่อเสียงแพทย์ จึงควรนัดประเมินและขอใบเสนอราคาตามเคสจริงก่อนตัดสินใจ
ผ่าตัดหนังตาหย่อนเจ็บไหม?
ศัลยกรรมหนังตาหย่อนส่วนใหญ่ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยากล่อมประสาท ขณะผ่าตัดจึงรู้สึกเจ็บแค่ตอนฉีดยาชาเล็กน้อย หลังจากนั้นเปลือกตาจะชาและผ่าตัดได้ค่อนข้างสบาย หลังผ่าตัด 2 - 3 วันแรกอาจมีปวดตึง แสบร้อน หรือระบมเล็กน้อย แต่จัดว่าปวดไม่มากและควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป พร้อมการประคบและดูแลแผลตามคำแนะนำแพทย์






ความคิดเห็น