top of page
ค้นหา

ท่อน้ำตาอุดตันคืออะไร? อาการน้ำตาไหลไม่หยุด เลือกรักษาวิธีไหนดี?

Key Takeaway

  • ท่อน้ำตาอุดตัน คือภาวะที่ทางเดินระบายน้ำตาจากดวงตาลงสู่โพรงจมูกเกิดการตีบแคบหรืออุดกั้น ทำให้น้ำตาไม่สามารถระบายได้ตามปกติ จึงเกิดน้ำตาไหลเอ่อบริเวณดวงตา

  • อาการท่อน้ำตาอุดตันที่พบบ่อย เช่น น้ำตาไหลไม่หยุด รู้สึกระคายเคืองตา มีขี้ตา หรือดวงตาแดงในบางช่วง อาการอาจเป็นต่อเนื่องหรือเป็นๆ หายๆ ตามระดับความรุนแรง

  • ท่อน้ำตาอุดตันเกิดจากการอักเสบ การติดเชื้อ การเปลี่ยนแปลงตามอายุ ภูมิแพ้ หรือความผิดปกติของท่อน้ำตาตั้งแต่กำเนิด รวมถึงการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดบริเวณรอบดวงตา

  • การรักษาต่อมน้ำตาอุดตันจะพิจารณาตามสาเหตุและระดับอาการ ตั้งแต่การดูแลเบื้องต้น การใช้ยา การล้างหรือขยายท่อน้ำตา ไปจนถึงการรักษาด้วยหัตถการทางการแพทย์ตามดุลยพินิจของแพทย์


น้ำตาไหลตลอดทั้งวัน ทั้งที่ไม่ได้ร้องไห้หรือแพ้อะไรเลย? อาการเล็กๆ ที่หลายคนมองข้ามนี้ อาจเป็นสัญญาณของท่อน้ำตาอุดตัน


ท่อน้ำตาอุดตัน คือภาวะที่ทางเดินระบายน้ำตาจากตาลงสู่จมูกถูกปิดหรือแคบลง ทำให้น้ำตาไหลเอ่อหรือไหลออกมาตลอดเวลา เสี่ยงต่อการระคายเคืองตาและการติดเชื้อได้ หากปล่อยไว้นานอาจลุกลามจนกระทบคุณภาพชีวิต บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าท่อน้ำตาอุดตันคืออะไร มีอาการแบบไหน และควรเลือกรักษาด้วยวิธีใดจึงเหมาะสม เพื่อดูแลดวงตาให้กลับมาปกติอีกครั้ง!


ท่อน้ำตาอุดตัน คืออะไร?

ท่อน้ำตาอุดตัน คืออะไร?

ท่อน้ำตาอุดตัน คือภาวะที่ทางเดินระบายน้ำตาจากดวงตาลงสู่โพรงจมูกเกิดการตีบแคบหรืออุดกั้น ทำให้น้ำตาไม่สามารถไหลออกได้ตามระบบปกติ โดยปกติน้ำตาจะถูกสร้างขึ้นเพื่อหล่อเลี้ยงผิวตาและจะไหลผ่านรูเปิดเล็กๆ บริเวณหัวตา เข้าสู่ท่อน้ำตาและถุงน้ำตา ก่อนระบายลงสู่โพรงจมูก หากทางเดินนี้เกิดการอักเสบ การติดเชื้อ การเปลี่ยนแปลงตามอายุ หรือมีความผิดปกติของโครงสร้างท่อน้ำตา จะทำให้น้ำตาคั่งอยู่บริเวณดวงตา ส่งผลให้เกิดอาการน้ำตาไหลเอ่อ ระคายเคืองตา และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบของดวงตาได้


ท่อน้ำตาอุดตัน เกิดจากอะไร

ท่อน้ำตาอุดตัน เกิดจากอะไร

ภาวะท่อน้ำตาอุดตันเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสิ่งแวดล้อมรอบตัว การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้เข้าใจความผิดปกติในระบบระบายน้ำตาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสาเหตุที่พบมีดังนี้


  1. การอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณดวงตา ถุงน้ำตา หรือโพรงจมูก

การอักเสบหรือการติดเชื้ออาจทำให้เยื่อบุภายในท่อน้ำตาบวมและตีบแคบ ส่งผลให้การระบายน้ำตาไม่เป็นไปตามปกติ และเกิดการคั่งของน้ำตาได้

  1. การตีบแคบของท่อน้ำตาจากการเปลี่ยนแปลงตามวัย

เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อของท่อน้ำตาอาจเสื่อมสภาพหรือยืดหยุ่นลดลง ทำให้ทางเดินน้ำตาแคบลงและระบายได้ช้ากว่าปกติ

  1. ภาวะภูมิแพ้เรื้อรัง หรือไซนัสอักเสบ

ภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบที่เป็นต่อเนื่องอาจทำให้เกิดการบวมของเยื่อบุโพรงจมูกและท่อน้ำตา ส่งผลต่อการไหลของน้ำตา

  1. การบาดเจ็บบริเวณรอบดวงตา หรือกระดูกใบหน้า

การกระแทกหรืออุบัติเหตุบริเวณใบหน้าอาจทำให้โครงสร้างท่อน้ำตาเปลี่ยนแปลงหรือเกิดการอุดกั้น

  1. ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดบริเวณตา จมูก หรือไซนัส

การผ่าตัดในบริเวณใกล้เคียงกับท่อน้ำตาอาจส่งผลต่อโครงสร้างหรือทำให้เกิดพังผืด จนรบกวนการระบายน้ำตา

  1. ความผิดปกติของโครงสร้างท่อน้ำตาตั้งแต่กำเนิด

พบได้บ่อยในทารกหรือเด็กเล็ก โดยท่อน้ำตาอาจยังเปิดไม่สมบูรณ์ ทำให้น้ำตาไหลเอ่อออกมาที่ดวงตา


สาเหตุเหล่านี้อาจทำให้การระบายน้ำตาไม่เป็นไปตามปกติ ส่งผลให้เกิดอาการน้ำตาไหลเอ่อและความไม่สบายตาในชีวิตประจำวัน


ท่อน้ำตาอุดตัน อาการเป็นอย่างไร

ท่อน้ำตาอุดตัน อาการเป็นอย่างไร

ท่อน้ำตาอุดอาการที่พบมักเริ่มจากความผิดปกติเล็กน้อยที่ดวงตา และอาจรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้เข้าใจความผิดปกติของระบบระบายน้ำตาได้ดียิ่งขึ้น โดยอาการที่พบบ่อยมีดังนี้


  • น้ำตาไหลเอ่อหรือไหลออกมาตลอดเวลา เกิดจากน้ำตาไม่สามารถระบายผ่านท่อน้ำตาได้ตามปกติ ทำให้น้ำตาคั่งและไหลออกมาบริเวณดวงตา แม้ไม่ได้มีสิ่งกระตุ้นหรือร้องไห้

  • รู้สึกระคายเคืองตา แสบตา หรือไม่สบายตา น้ำตาที่ค้างอยู่บริเวณผิวตาเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความระคายเคืองหรือรู้สึกไม่สบายตาเป็นระยะ

  • มีขี้ตา โดยเฉพาะช่วงหลังตื่นนอน การคั่งของน้ำตาและสิ่งคัดหลั่งอาจทำให้มีขี้ตาเพิ่มขึ้น โดยมักสังเกตได้ชัดเจนหลังตื่นนอน

  • ดวงตาแดงเล็กน้อยเป็นๆ หายๆ การระคายเคืองหรือการอักเสบเล็กน้อยจากน้ำตาที่ระบายไม่ดี อาจทำให้ดวงตาแดงเป็นบางช่วง

  • มองเห็นไม่ชัดเป็นบางช่วงจากน้ำตาที่คลออยู่ในตา เมื่อน้ำตาคลออยู่บริเวณดวงตามาก อาจรบกวนการมองเห็นชั่วคราว โดยอาการมักดีขึ้นเมื่อเช็ดหรือกะพริบตา


ท่อน้ำตาอุดตันอาการแบบไหนควรรีบแพทย์

อาการของท่อน้ำตาอุดตันบางกรณีอาจเป็นเพียงความรำคาญเล็กน้อย แต่ในบางอาการอาจบ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนหรือการอักเสบที่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจลุกลาม ควรสังเกตอาการต่อไปนี้


  • น้ำตาไหลมากขึ้นอย่างต่อเนื่องหรืออาการไม่ดีขึ้น หากน้ำตาไหลผิดปกติเป็นเวลานาน หรืออาการไม่ทุเลาลง อาจบ่งบอกว่าการอุดตันมีความรุนแรงขึ้นหรือมีการอักเสบร่วม

  • ดวงตาหรือบริเวณหัวตาบวม แดง หรือปวดชัดเจน อาการบวมและปวดบริเวณหัวตาอาจเกิดจากการอักเสบของถุงน้ำตาหรือเนื้อเยื่อรอบดวงตา

  • มีขี้ตาสีเหลืองหรือเขียวร่วมกับกลิ่นผิดปกติ ลักษณะของขี้ตาที่เปลี่ยนไปอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระบบท่อน้ำตาหรือบริเวณดวงตา

  • กดบริเวณถุงน้ำตาแล้วรู้สึกเจ็บ ความเจ็บเมื่อกดบริเวณถุงน้ำตาอาจบ่งชี้ถึงการอักเสบหรือการติดเชื้อภายในถุงน้ำตา

  • มีอาการปวดตา มองเห็นลดลง หรือมีไข้ร่วมด้วย อาการเหล่านี้อาจสะท้อนถึงภาวะอักเสบที่มีผลต่อดวงตาหรือร่างกายโดยรวม ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางการดูแลที่เหมาะสม


หากพบอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและวางแนวทางการดูแลที่เหมาะสม


ใครบ้างที่เสี่ยงต่อท่อน้ำตาอุดตัน

ต่อมน้ำตาอุดตันสามารถเกิดขึ้นได้กับหลายกลุ่มคน โดยบางกลุ่มอาจมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไปจากปัจจัยด้านอายุ สุขภาพ หรือสภาพแวดล้อม การรู้ว่าใครบ้างอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะช่วยให้สามารถสังเกตอาการและดูแลดวงตาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น


  • ผู้สูงอายุ เนื่องจากท่อน้ำตาอาจเกิดการตีบแคบจากการเปลี่ยนแปลงตามวัย

  • ทารกหรือเด็กเล็ก ที่มีความผิดปกติของท่อน้ำตาตั้งแต่กำเนิด

  • ผู้ที่มีประวัติการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณดวงตา ถุงน้ำตา หรือโพรงจมูกบ่อยๆ

  • ผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้เรื้อรัง หรือไซนัสอักเสบ

  • ผู้ที่เคยได้รับการบาดเจ็บบริเวณดวงตา ใบหน้า หรือจมูก

  • ผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดบริเวณดวงตา จมูก หรือไซนัส

  • ผู้ที่มีโรคบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบดวงตา


การอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดท่อน้ำตาอุดตันเสมอไป แต่ควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของดวงตา และหากมีอาการน้ำตาไหลผิดปกติหรือไม่สบายตาต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินสาเหตุอย่างเหมาะสม


แนวทางการรักษาท่อน้ำตาอุดตัน

แนวทางการรักษาท่อน้ำตาอุดตัน

แนวทางการรักษาท่อน้ำตาอุดตันจะพิจารณาตามสาเหตุ ระดับความรุนแรงของอาการ และช่วงอายุ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้น้ำตาสามารถระบายได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงของการอักเสบหรือการติดเชื้อ แนวทางการดูแลและรักษาที่พบได้ มีดังนี้


  1. การดูแลและเฝ้าสังเกตอาการเหมาะกับผู้ที่มีอาการไม่มาก หรือเป็นในระยะเริ่มต้น โดยแพทย์อาจแนะนำให้สังเกตอาการร่วมกับการดูแลความสะอาดรอบดวงตา

  2. การใช้ยาในกรณีที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาหยอดตาหรือยาตามความเหมาะสม เพื่อช่วยลดการอักเสบและควบคุมการติดเชื้อ

  3. การนวดบริเวณถุงน้ำตามักใช้ในทารกหรือเด็กเล็ก เพื่อช่วยเปิดทางเดินน้ำตาและกระตุ้นการระบาย โดยต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์การล้างหรือขยายท่อน้ำตาเป็นหัตถการที่ช่วยเปิดทางเดินน้ำตาในกรณีที่มีการตีบแคบ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสม

  4. การใส่ท่อหรืออุปกรณ์ช่วยระบายน้ำตาใช้ในบางกรณีเพื่อช่วยให้น้ำตาไหลผ่านได้ดีขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

  5. การผ่าตัดแก้ไขทางเดินน้ำตาหลักการคือ สร้างทางเดินนำ้ตาใหม่  จากการเจาะกระดูกข้างจมูก และใส่ท่อระบายน้ำตาแบบชั่วคราว  เทคนิกการผ่าตัดมีหลายแบบทั้งแบบลงแผลบริเวณหัวตา และ แบบส่องกล้องทำจากด้านในโพรงจมูก  โดยพิจารณาทำ ในกรณีที่ท่อน้ำตาอุดตันชัดเจนหรือการรักษาวิธีอื่นไม่เหมาะสม โดยแพทย์จะอธิบายขั้นตอนและข้อควรทราบก่อนการรักษา


การเลือกแนวทางการรักษาควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและอาการของแต่ละบุคคล


ภาวะแทรกซ้อนหากไม่รักษาท่อน้ำตาอุดตัน

หากท่อน้ำตาอุดตันไม่ได้รับการดูแลหรือรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดการคั่งของน้ำตาและเชื้อโรคในระบบท่อน้ำตา ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อดวงตาและเนื้อเยื่อรอบข้างได้ การทำความเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจะช่วยให้เห็นความสำคัญของการติดตามอาการและการประเมินจากแพทย์


  • การอักเสบของถุงน้ำตา เกิดจากการสะสมของน้ำตาและเชื้อโรค ทำให้บริเวณหัวตาบวม แดง และกดไปรู้สึกเจ็บ

  • การติดเชื้อบริเวณดวงตา เช่น เยื่อบุตาอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจทำให้มีขี้ตาผิดปกติและระคายเคืองตา

  • การอักเสบลุกลามสู่เนื้อเยื่อรอบดวงตา ในบางกรณีการติดเชื้ออาจลามไปยังผิวหนังหรือเนื้อเยื่อรอบดวงตา ทำให้บวมและปวดมากขึ้น

  • อาการระคายเคืองตาเรื้อรัง น้ำตาไหลเอ่ออยู่ตลอดเวลาอาจทำให้ผิวรอบดวงตาระคายเคืองหรือเกิดการอักเสบซ้ำๆ

  • การมองเห็นรบกวนเป็นระยะ จากน้ำตาที่คลออยู่บริเวณดวงตา อาจส่งผลต่อการใช้สายตาในชีวิตประจำวัน


การเตรียมตัวก่อนรักษาท่อน้ำตาอุดตัน

ก่อนเข้ารับการดูแลหรือรักษาท่อน้ำตาอุดตันการเตรียมตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้การประเมินและการรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงช่วยลดความกังวลและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น สามารถเตรียมตัวเบื้องต้นได้ดังนี้


  • เข้ารับการตรวจประเมินจากแพทย์ เพื่อยืนยันการวินิจฉัย ระบุสาเหตุ และวางแนวทางการดูแลหรือรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

  • แจ้งประวัติสุขภาพและการใช้ยา รวมถึงโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ หรือประวัติการแพ้ยา เพื่อให้แพทย์พิจารณาอย่างรอบคอบ

  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตาและการสัมผัสดวงตาบ่อยๆ เพื่อลดการระคายเคืองและลดความเสี่ยงต่อการอักเสบก่อนเข้ารับการรักษา

  • ดูแลความสะอาดบริเวณดวงตา ล้างหน้าและทำความสะอาดรอบดวงตาอย่างอ่อนโยน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนการรักษา เช่น การงดใช้ยาบางชนิด หรือการเตรียมตัวเฉพาะกรณี หากแพทย์มีคำแนะนำเพิ่มเติม

  • เตรียมความพร้อมด้านเวลาและการดูแลหลังการรักษา โดยจัดสรรเวลาให้เหมาะสม และเตรียมผู้ดูแลหรือการเดินทางกลับบ้าน หากเป็นการรักษาที่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น


หลังการรักษาท่อน้ำตาอุดตัน ควรดูแลตัวเองอย่างไร

หลังการดูแลหรือรักษาท่อน้ำตาตัน การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยลดการระคายเคือง ป้องกันการอักเสบ และช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปได้อย่างราบรื่น ควรใส่ใจการดูแลตนเองในช่วงหลังการรักษา ดังนี้


  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการใช้ยาหยอดตาหรือยาตามที่ได้รับ เพื่อช่วยควบคุมการอักเสบและป้องกันการติดเชื้อ

  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตาและการสัมผัสดวงตาแรงๆ เพื่อลดการระคายเคืองและป้องกันการกระทบต่อบริเวณที่ได้รับการดูแล

  • รักษาความสะอาดรอบดวงตา ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณดวงตาในช่วงแรก

  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น อาการปวด บวม แดงมากขึ้น มีขี้ตาผิดปกติ หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น การอยู่ในที่ที่มีฝุ่น ควัน หรือการว่ายน้ำ จนกว่าแพทย์จะเห็นว่าเหมาะสม

  • เข้ารับการติดตามอาการตามนัด เพื่อให้แพทย์ประเมินผลการดูแลและตรวจสอบการทำงานของท่อน้ำตาอย่างต่อเนื่อง


ท่อน้ำตาอุดตัน รักษาหายไหม?

ท่อน้ำตาอุดตันสามารถดูแลและรักษาได้ แต่ผลลัพธ์ของการรักษาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สาเหตุของการอุดตัน ระดับความรุนแรง อายุ และแนวทางการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละราย

ในบางกรณี โดยเฉพาะเด็กหรือผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง ท่อน้ำตาอุดตันอาจดีขึ้นได้จากการดูแลเบื้องต้นหรือการนวดตามคำแนะนำของแพทย์ ขณะที่ในผู้ใหญ่หรือกรณีที่มีการอุดตันชัดเจน อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์เพิ่มเติม เช่น การล้างหรือขยายท่อน้ำตา หรือการรักษาด้วยหัตถการอื่นตามดุลยพินิจของแพทย์


โดยทั่วไป หากได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม โอกาสที่อาการจะดีขึ้นมีค่อนข้างมาก และผลการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินการทำงานของท่อน้ำตาในระยะยาว


การรักษาท่อน้ำตาอุดตันตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสำคัญอย่างไร

การดูแลและรักษาท่อน้ำตาอุดตันตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมมากขึ้น เมื่อเริ่มมีความผิดปกติของการระบายน้ำตา หากได้รับการประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ แพทย์จะสามารถวางแนวทางการดูแลและรักษาได้ตรงจุด ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


รักษาท่อน้ำตาอุดตัน ที่เศาณานนท์คลินิก (Saonanon clinic) ดีอย่างไร

รักษาท่อน้ำตาอุดตัน ที่เศาณานนท์คลินิก (Saonanon clinic) ดีอย่างไร

  • รศ.พญ.เปรมจิต เศาณานนท์ จักษุแพทย์ (จักษุตกแต่งและเสริมสร้าง) แพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดเปลือกตา ทั้งเพื่อความสวยงามและการรักษาโรค

  • แพทย์ได้รับการยอมรับทั้งด้านความเชี่ยวชาญทางวิชาการและฝีมือการผ่าตัดในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในการแก้ไขตาสองชั้นจากการศัลยกรรม ถุงใต้ตา และหนังตาเกินในผู้สูงอายุ

  • มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนการรักษาจะดำเนินไปอย่างประณีต และได้มาตรฐาน ราคาสมเหตุสมผล พร้อมมีรีวิวเทียบให้ดูความต่างระหว่างก่อนทำและหลังทำ

  • คลินิกให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นหลัก มากกว่ามุ่งหวังผลกำไร จึงสามารถมั่นใจได้ว่าทุกคำแนะนำและการดูแลที่ได้รับ จะถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์และความเหมาะสมสำหรับคุณเสมอ


สรุป

ท่อน้ำตาอุดตันเป็นภาวะที่อาจเริ่มจากอาการเล็กน้อยอย่างน้ำตาไหลผิดปกติ แต่หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่การอักเสบหรือการติดเชื้อได้ การทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ อาการ กลุ่มเสี่ยง ไปจนถึงแนวทางการดูแลและรักษา จะช่วยให้สังเกตความผิดปกติของดวงตาได้เร็วขึ้น เมื่อมีอาการที่ไม่แน่ใจหรือเป็นต่อเนื่อง การเข้ารับการตรวจประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลที่เหมาะสม และช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ทำให้การดูแลสุขภาพดวงตาเป็นไปอย่างรอบคอบและเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น


สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับท่อน้ำตาอุดตัน Saonanon Clinic ให้บริการประเมิน ดูแล รักษาปัญหาท่อน้ำตาโดยจักษุแพทย์ พร้อมติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อให้การทำงานของดวงตาของคุณกลับมาสดใสและใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายอีกครั้ง!


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับท่อน้ำตาอุดตัน (FAQ)

ท่อน้ำตาอุดตันหายเองได้ไหม?

ในบางกรณี เช่น ทารกหรือผู้ที่มีการอุดตันเพียงเล็กน้อย อาการอาจดีขึ้นได้จากการดูแลเบื้องต้นหรือการนวดตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มักไม่หายเอง หากปล่อยไว้อาจเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อซ้ำ การเข้ารับการตรวจจะช่วยประเมินได้ว่าควรดูแลหรือรักษาด้วยวิธีใดจึงเหมาะสม


ผ่าตัดท่อน้ำตาอุดตันเจ็บไหม?

การรักษาด้วยการผ่าตัดหรือหัตถการทางการแพทย์ มักทำภายใต้การให้ยาชาหรือยาระงับความรู้สึกตามความเหมาะสม จึงมักไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างทำ หลังการรักษาอาจมีอาการตึงหรือระคายเคืองเล็กน้อย ซึ่งสามารถดูแลได้ตามคำแนะนำของแพทย์ อาการเหล่านี้มักค่อยๆ ดีขึ้น


หลังผ่าตัดท่อน้ำตาอุดตัน กลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?

หลังการรักษา ท่อน้ำตาอุดตันอาจมีโอกาสกลับมาเกิดซ้ำได้ในบางราย ขึ้นอยู่กับสาเหตุเดิม ลักษณะของการอุดตัน และการดูแลหลังการรักษา การติดตามอาการตามนัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก



 
 
 

ความคิดเห็น


กดเพื่อนำทาง

เศาณานนท์คลินิก 

34 ซ.ทองหล่อ 25 ถ.สุขุมวิท 55 กท. 10110

กดเพื่อโทร

Tel.  0909463090

Whatsapp : +66932705000

 

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram

กดจองคิวตรวจออนไลน์

line-icon.png

กด add Line

facebook : Saonanon clinic

กดเพื่อเข้า FB

bottom of page