top of page

จ้องหน้าจอคอมนาน เล่นโทรศัพท์มากจนปวดตา มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง

ในยุคแห่งเทคโนโลยี ทำให้คนอยู่แต่กับหน้าจอคอม หรือเล่นโทรศัพท์มากเกินไป จนทำให้มีอาการเมื่อยตา อาการตามัว ปวดตา แสบตา ตาแห้ง ซึ่งเกิดจากการจ้องหน้าจอนานๆ บวกกับพฤติกรรมที่ต้องทำงานกับหน้าจอทั้งวัน จนดวงตามีอาการผิดปกติ บทความนี้จะพาไปดูสาเหตุว่าเกิดจากอะไร และมีวิธีแก้ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพดวงตาได้อย่างไร ไปดูกัน!

สาเหตุของอาการตามัว ปวดตา แสบตา ตาแห้ง เกิดจากอะไร

สาเหตุของอาการตามัว ปวดตา แสบตา ตาแห้ง เกิดจากอะไร

การเล่นโทรศัพท์ หรือการทำงานหน้าจอคอมนานๆ จนเกิดอาการปวดตา แสบตา ตาแห้ง มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ส่วนใหญ่เป็นปัจจัยจากภายนอก ที่ส่งผลให้ดวงตามีอาการผิดปกติ ดังนี้ 

  • แสงจ้าเกินไป แสงสว่างจากหน้าจอที่มีความสว่างมากเกินไป เมื่อกระทบเข้ากับกระจกตาเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้เกิดอาการปวดตา และดวงตาล้าขึ้นได้ 

  • แสงสว่างไม่เหมาะสม แสงสว่างจ้าจากหน้าจอกับห้องที่มืดเกินไป หรือห้องที่มีแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการตามัว ปวดตา แสบตา ตาแห้งขึ้นได้ เพราะทำให้ต้องเพ่งสายตามากกว่าปกติ นำไปสู่อาการเมื่อยกล้ามเนื้อตาตามมาอีกด้วย 

  • ตัวอักษรไม่ชัด ทั้งยังอักษรจากหน้าจอโทรศัพท์ หรือหน้าจอคอมก็ตาม หากต้องอ่านตัวอักษรที่ไม่ชัดบ่อยๆ ยิ่งมีผลต่อการโฟกัสของดวงตา ทำให้เกิดการเพ่งมากกว่าปกติ นำไปสู่ปัญหาการปวดตา แสบตา ตาแห้ง และกล้ามเนื้อหาเมื่อย จึงทำให้เกิดภาวะตาล้า และรู้สึกเหนื่อยล้าได้

จ้องโทรศัพท์นานๆ ส่งผลต่อดวงตาอย่างไร

จ้องโทรศัพท์นานๆ ส่งผลต่อดวงตาอย่างไร

มาทำความเข้าใจ ก่อนว่าการจ้องโทรศัพท์นานๆ นั้นส่งผลกระทบอย่างไรกับดวงตาได้บ้าง ในขณะที่เราจ้องหน้าจอเพื่อเล่นโซเชียลมีเดีย หรือทำงาน ดวงตาได้รับผลกระทบอย่างไร ทำไมถึงทำให้เกิดอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดตา แสบตา ตาแห้ง น้ำตาไหลตลอดเวลา ตาแฉะ หรืออาการตามัว เกิดจากปัจจัยใดบ้าง ดังนี้

การเพ่ง (Accommodation & Convergence)

การเพ่ง คือ การมองภาพ หรือหน้าจอใกล้ๆ เป็นเวลานานๆ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่มองหน้าจอ เวลาจ้องจอคอม ทำให้กล้ามเนื้อดวงตาทำงานหนัก ซึ่งมักจะตามมาด้วยภาวะความเมื่อยของดวงตาเวลาต้องมองใกล้ๆ หรือ Digital Eyes Stain ร่วมด้วย การเพ่งส่งผลให้ดวงตามีอาการปวดหัว ปวดกระบอกตา ปวดร้าวรอบดวงตา รู้สึกมีฝุ่นผงในตา เคืองตา หรืออาจมีอาการตาแฉะ น้ำตาไหลตลอดเวลา ไปจนถึงมองเห็นภาพไม่ชัด เป็นต้น

ตาแห้ง (Dry Eye and Ocular Surface Diseases)

ภาวะตาแห้งในปัจจุบันมีผลโดยตรงมาจากการเล่นโทรศัพท์จนปวดตา และต้องหาวิธีแก้ เพราะมีอาการปวดตา แสบตา ตาแห้งร่วมด้วย สาเหตุของอาการตาแห้งเกิดจากการเพ่งหน้าจอนานๆ จนลืมกะพริบตา หรือกะพริบตาไม่สุด ทำให้กระจกตาแห้งได้ โดยอาการแบบนี้พบมาก และเห็นได้ชัดในเด็กเล็กที่เล่นโทรศัพท์มากๆ ทำให้มีอาการปวดตา และตาแห้ง เป็นต้น

ความกังวลต่อแสงสีฟ้าต่อดวงตา

แสงสีฟ้า (Blue Light) คือคลื่นพลังงานแสงสีฟ้าที่แยกออกมาจากรังสี UV ส่วนใหญ่เป็นแสงที่อยู่ในอุปกรณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น และสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยมีงานวิจัยจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ของอเมริกาพบว่าจริงๆ แล้วแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอม หรือหน้าจอโทรศัพท์มือถือน้อยมาก 

เพราะฉะนั้น การใช้แว่นกรองแสงสีฟ้าจึงไม่จำเป็น เพราะไม่ได้ช่วยป้องกันภาวะเมื่อยตาแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างไร แม้แสงสีฟ้าจะไม่อันตราย แต่ก็ส่งผลกระทบต่อดวงตาได้เช่นกัน โดยแสงสีฟ้าจะกระทบต่อสิ่งที่เรียกว่านาฬิกาชีวภาพ (Circadian Ryhthm) ซึ่งเป็นตัวควบคุมการนอน การตื่นเป็นเวลา โดยหากใช้หน้าจอก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง จะส่งผลกระทบให้นอนไม่หลับ และกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนสำคัญของร่างกายได้นั่นเอง 

วิธีแก้ปัญหาจ้องหน้าจอคอมนาน เล่นโทรศัพท์มากจนปวดตา

วิธีแก้ปัญหาจ้องหน้าจอคอมนาน เล่นโทรศัพท์มากจนปวดตา 

เมื่อดวงตาเกิดภาวะผิดปกติจากการจ้องหน้าจอนานๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเพ่ง ภาวะปวดตา แสบตา ตาแห้ง หรือภาวะจากแสงสีฟ้า วิธีแก้เมื่อเล่นโทรศัพท์มากจนปวดตา สามารถแก้ปัญหาได้หลายวิธีด้วยกัน ดังนี้

วัดค่าสายตาแก้สายตายืด 

การเพ่งดวงตาเมื่อต้องมองวัตถุ หรือหน้าจอใกล้ๆ เพราะมีอาการตามัวเกิดจากภาวะสายตายืด ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุมากขึ้น หากมีอาการเพ่งสายตาบ่อยๆ ควรได้รับการตรวจวัดค่าสายตา เพื่อตัดแว่นตาที่มีค่าสายตาถูกต้อง สวมใส่เพื่อให้สามารถมองวัตถุต่างๆ ได้อย่างชัดเจนขึ้น เพื่อช่วยลดอาการเพ่งสายตาลงได้  

ปรับพฤติกรรมการใช้หน้าจอ

วิธีแก้เมื่อเล่นโทรศัพท์มากจนปวดตา แสบตา ตาแห้งที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด คือการปรับพฤติกรรมการใช้หน้าจอคอม หรือการจ้องโทรศัพท์นานๆ ซึ่งสำหรับคนทำงานอาจเลี่ยงการลดใช้หน้าจอได้ยาก คำแนะนำจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แนะให้ใช้หลัก 20-20-20 คือการนั่งทำงาน 20 นาทีให้เงยหน้าไปมองวิวไกลๆ 6 เมตร หรือ 20 ฟุตเป็นเวลา 20 วินาที ทำแบบนี้สลับกันตลอดการทำงานที่ต้องจ้องจอนานๆ จะช่วยให้ลดอาการปวดตา แสบตา ตาแห้ง หรือเมื่อยตาลงได้ 

พยายามกะพริบตา

ภาวะผิดปกติของดวงตาจากการเล่นโทรศัพท์มากจนปวดตา วิธีแก้ที่ทำได้ง่าย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ดวงตาสูญเสียความชุ่มชื้น คือการกะพริบตาทุกๆ 4 วินาที จะช่วยให้ดวงตารักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ ช่วยให้กระจกตาไม่แห้ง ลดอาการปวดตา แสบตาลงได้ และยังช่วยลดอาการน้ำตาไหลตลอดเวลาจากการจ้องหน้าจอนานๆ ได้อีกด้วย

หยอดน้ำตาเทียม

เมื่อมีอาการปวดตาจากการเล่นโทรศัพท์นานๆ จนเกิดภาวะตาแห้ง แสบตา เคืองตา รู้สึกเหมือนมีเศษผงอยู่ในตา วิธีแก้คือสามารถใช้น้ำตาเทียม ทั้งในรูปแบบเจล หรือรูปแบบน้ำ หยดลงบนดวงตา เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยลดอาการตาแห้ง และช่วยให้รู้สึกสบายตามากขึ้น รวมถึงควรกะพริบตาบ่อยๆ ร่วมกับใช้ท่าบริหารสายตาร่วมด้วย เพื่อลดอาการตาล้าจากการมองหน้าจอนานๆ 

ปรับแสงหน้าจอ

การเล่นโทรศัพท์มากไปจนปวดตา ส่วนหนึ่งมาจากแสงสว่างจากหน้าจอที่มากเกินไป ทำให้เกิดอาการแสบตา หรือตาแห้งได้ โดยเฉพาะหากต้องอยู่ในห้องที่แสงสว่างน้อย วิธีแก้คือปรับลดแสงหน้าจอโทรศัพท์ หรือหน้าจอคอมลง รวมถึงปรับแสงสว่างในห้องให้เพียงพอ จะช่วยลดอาการปวดตาลงได้ 

จัดท่านั่งให้สมดุล

คนทำงานที่ต้องอยู่หน้าจอคอมตลอดทั้งวัน รวมถึงคนที่มีอาการปวดตาจากการเล่นโทรศัพท์ ควรจัดท่านั่งให้สมดุล โดยเริ่มจากการจัดอุปกรณ์การทำงานต่างๆ ให้เหมาะสม และอยู่ในระยะที่พอดีกับตัว โดยเฉพาะระยะห่างระหว่างหน้าจอคอม อุปกรณ์การทำงานกับสายตา เพราะระดับสายที่จ้องหน้าจอมีผลต่อการเกิดอาการปวดตา แสบตา ตาแห้งได้เช่นกัน หากระยะไม่พอดี ห่างเกินไป หรือใกล้เกินไป จะทำให้เกิดอาการเพ่ง จนนำไปสู่อาการกล้ามเนื้อตาเมื่อยได้ 

สรุป

การเล่นโทรศัพท์มากจนทำให้ปวดตา แสบตา ตาแห้ง มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการจ้องหน้าจอนานเกินไป แสงสว่างจากหน้าจอที่สว่างเกินไป แสงสว่างภายในห้องที่ไม่เพียงพอ ระยะห่างระหว่างสายตา และหน้าจอที่ไม่พอดีกัน ซึ่งนำไปสู่การเกิดภาวะกล้ามเนื้อตาเมื่อยล้า และตาแห้งได้ วิธีแก้คือสามารถดูแลได้ด้วยการบริหารสายตา กะพริบตาบ่อยๆ การนวดผ่อนคลาย หรือการตรวจสายตา เพื่อหาแว่นตาที่มีค่าสายตาที่พอดีมาสวมใส่ หรือการแก้ไขจากปัจจัยภายนอกด้วยการหยอดน้ำตาเทียม ลด หรืองดพฤติกรรมการใช้งานหน้าจอเป็นเวลานานๆ การจัดระยะห่างสายตากับหน้าจอให้พอดี รวมถึงการป้องกันดวงตาจากแสงสีฟ้าอย่างถูกวิธี คือการลดการใช้งานหน้าจอลง หรือการใช้กฎ 20-20-20 จะเห็นผลดีมากกว่าการสวมใส่แว่นกรองแสงสีฟ้า ที่มีส่วนช่วยป้องกันดวงตาได้น้อยมาก และไม่ได้ช่วยป้องกันภาวะกล้ามเนื้อตาเมื่อยแต่อย่างใด 


เพราะฉะนั้นแล้ว วิธีดูแลดวงตาคือการใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเหมาะสม ไม่จ้องหน้าจอนานๆ ควรเว้นระยะไปมองสิ่งอื่นๆ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ บ้าง หากมีอาการผิดปกติ ใช้วิธีแก้ด้วยตัวเองแล้วไม่หาย ควรรีบเข้ารับการตรวจรักษาจากจักษุแพทย์โดยเร็ว เพื่อเข้ารับการตรวจ และรักษาอย่างถูกต้อง 

ดู 40 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page