ตาโปน ไทรอยด์ เกิดจากอะไร? อาการโรคตาไทรอยด์และวิธีรักษา

ตาโปน ไทรอยด์ เกิดจากโรคตาไทรอยด์ (Thyroid Eye Disease หรือ Graves' orbitopathy) ซึ่งเป็นภาวะที่ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ จนกล้ามเนื้อและไขมันในเบ้าตาอักเสบและบวม ดันลูกตาให้ยื่นออกมา พบบ่อยในผู้ที่เป็นโรคเกรฟส์ (ไทรอยด์เป็นพิษ) การรักษามีตั้งแต่คุมไทรอยด์ ลดการอักเสบ ไปจนถึงผ่าตัดในบางราย ในปัจจุบัน สามารถรักษาด้วยการใช้ยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อลดขนาดตาที่บวมได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด โดย รศ.พญ.เปรมจิต เศาณานนท์ (Preamjit Saonanon, MD) จักษุแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งเปลือกตา
โรคตาไทรอยด์คืออะไร ทำไมทำให้ตาโปน
ระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่ปกป้องร่างกาย แต่ในโรคตาไทรอยด์ ภูมิคุ้มกันกลับเข้าใจผิด ไปกระตุ้นเนื้อเยื่อหลังลูกตา ทั้งกล้ามเนื้อกลอกตาและไขมันในเบ้าตา ให้บวมและขยายตัว
เบ้าตาเป็นโพรงกระดูกที่มีพื้นที่จำกัด เหมือนกล่องที่ขยายไม่ได้ เมื่อของข้างในบวม ลูกตาจึงถูกดันออกมาด้านหน้า กลายเป็นอาการตาโปน (ภาษาแพทย์เรียกว่า proptosis)
โรคนี้มักพบร่วมกับโรคเกรฟส์ แต่บางคนเป็นโรคตาไทรอยด์ได้ทั้งที่ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ปกติหรือต่ำ อาการตาจึงไม่ได้ขึ้นกับตัวเลขฮอร์โมนเสมอไป
อาการตาโปน ไทรอยด์ มีอะไรบ้าง
อาการมีตั้งแต่เล็กน้อยจนรุนแรง และอาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้าง ที่พบบ่อยได้แก่
ตาโปน ตาดูโตขึ้น หรือดูเหมือนจ้องตลอดเวลา เพราะเปลือกตาบนหดรั้งขึ้น
ตาแดง เปลือกตาบวม โดยเฉพาะตอนตื่นนอน
ตาแห้ง ระคายเคือง เหมือนมีทรายในตา น้ำตาไหล หรือแพ้แสง
ปวดหรือรู้สึกตึงหลังลูกตา โดยเฉพาะเวลากลอกตา
เห็นภาพซ้อน เพราะกล้ามเนื้อกลอกตาบวมจนขยับได้ไม่เต็มที่
หลับตาได้ไม่สนิท
ใครเสี่ยงเป็นโรคตาไทรอยด์
กลุ่มที่พบบ่อยคือผู้ที่เป็นโรคเกรฟส์หรือมีประวัติไทรอยด์ผิดปกติ และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ปัจจัยที่ทำให้โรคเป็นมากขึ้นที่สำคัญคือ การสูบบุหรี่ ซึ่งทำให้อาการรุนแรงขึ้นและตอบสนองต่อการรักษาน้อยลง
นอกจากนี้ ระดับไทรอยด์ที่ขึ้นลงไม่คงที่ และการรักษาไทรอยด์ด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนในบางราย อาจทำให้อาการตาแย่ลงได้ หากมีอาการตาอยู่แล้ว ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา
โรคตาไทรอยด์มีกี่ระยะ
แบ่งได้คร่าวๆ 2 ระยะ ระยะแรกคือ "ระยะอักเสบ" (active phase) ตาจะแดง บวม และอาการเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ มักกินเวลาหลายเดือนจนถึงราว 1–2 ปี
จากนั้นจะเข้าสู่ "ระยะสงบ" (inactive phase) การอักเสบลดลง แต่บางคนยังเหลือตาโปน เปลือกตารั้ง หรือภาพซ้อน การรู้ว่าตอนนี้อยู่ระยะไหนจึงสำคัญ เพราะวิธีรักษาแต่ละระยะต่างกัน
ตาโปน ไทรอยด์ รักษาอย่างไร
การรักษาขึ้นกับความรุนแรงและระยะของโรค จักษุแพทย์มักดูแลร่วมกับแพทย์ต่อมไร้ท่อ (แพทย์ที่ดูแลเรื่องฮอร์โมนไทรอยด์)
ระยะอักเสบ: คุมโรคและลดการอักเสบ
เริ่มจากคุมระดับไทรอยด์ให้คงที่และหยุดสูบบุหรี่ ผู้ที่อาการน้อยอาจใช้น้ำตาเทียม ใส่แว่นกันแดด และนอนหนุนหมอนสูงเพื่อลดบวม ส่วนผู้ที่อักเสบปานกลางถึงรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาสเตียรอยด์ทางหลอดเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน ยากลุ่มใหม่ที่ออกฤทธิ์เฉพาะจุด หรือการฉายรังสีที่เบ้าตา ตามความเหมาะสมของแต่ละคน
ระยะสงบ: ผ่าตัดแก้ไขสิ่งที่ยังเหลือ
เมื่อโรคสงบและคงที่แล้ว (โดยทั่วไปอย่างน้อยราว 6 เดือน) หากยังมีตาโปน ภาพซ้อน หรือเปลือกตารั้ง อาจพิจารณาผ่าตัดเป็นลำดับ ได้แก่ ผ่าตัดขยายเบ้าตา (orbital decompression) เพื่อลดตาโปน ผ่าตัดกล้ามเนื้อตาเพื่อแก้ภาพซ้อน และผ่าตัดแก้ไขเปลือกตาเพื่อให้หลับตาได้ดีขึ้น หรือ รายไหนสามารถใช้ "ยาลดขนาดตาโปน" ได้ซึ่งมีแพร่หลายในต่างประเทศ และเริ่มมีการรักษาในไทยบ้างแล้ว แพทย์จะประเมินว่าแต่ละคนจำเป็นต้องทำขั้นตอนใดบ้าง
อาการแบบไหนต้องรีบพบจักษุแพทย์ทันที
ถ้าตามัวลง มองสีจางลง ปวดตามาก ตาโปนเร็วผิดปกติ หรือหลับตาไม่สนิทจนกระจกตาแห้งและเจ็บ ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที เพราะอาจมีการกดทับเส้นประสาทตาหรือกระจกตาเสียหาย ซึ่งต้องรักษาอย่างเร่งด่วน
คำถามที่พบบ่อย
ตาโปนจากไทรอยด์ ยุบเองได้ไหม
ในระยะอักเสบ อาการบวมอาจดีขึ้นได้บ้างเมื่อคุมโรคได้ แต่ตาโปนที่เหลือหลังโรคสงบมักไม่ยุบกลับเองทั้งหมด หากรบกวนการใช้ชีวิต แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัด
คุมไทรอยด์ได้แล้ว ทำไมตายังโปนอยู่
โรคตาไทรอยด์เกิดจากภูมิคุ้มกันที่ทำให้เนื้อเยื่อในเบ้าตาอักเสบ จึงอาจดำเนินไปแยกจากระดับฮอร์โมน การคุมไทรอยด์ยังจำเป็น แต่อาจต้องรักษาตาร่วมด้วย
โรคตาไทรอยด์ทำให้ตาบอดได้ไหม
ส่วนใหญ่ไม่ถึงขั้นนั้น แต่ในรายที่รุนแรง เนื้อเยื่อที่บวมอาจกดเส้นประสาทตา หรือกระจกตาแห้งจนเป็นแผล หากตามัวลงหรือมองสีจางลงควรรีบพบจักษุแพทย์
สูบบุหรี่เกี่ยวกับโรคตาไทรอยด์ไหม
เกี่ยวข้อง การสูบบุหรี่เพิ่มโอกาสที่โรคจะรุนแรงขึ้นและตอบสนองต่อการรักษาน้อยลง การเลิกบุหรี่จึงเป็นส่วนสำคัญของการรักษา
ผ่าตัดตาโปนจากไทรอยด์ ทำได้เมื่อไร
โดยทั่วไปจะพิจารณาเมื่อโรคเข้าสู่ระยะสงบและคงที่แล้วอย่างน้อยราว 6 เดือน ยกเว้นกรณีเร่งด่วน เช่น เส้นประสาทตาถูกกดทับ ซึ่งแพทย์อาจต้องรักษาทันที
นัดปรึกษา รศ.พญ.เปรมจิต เศาณานนท์ ที่ Saonanon Clinic ทองหล่อ
เวลาทำการ: วันพฤหัสบดี 16:00–20:00 น. และวันเสาร์ 09:00–20:00 น. (นัดล่วงหน้า)
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล




ความคิดเห็น