ยารักษาตาโปนจากไทรอยด์แบบฉีด มีอะไรใหม่ในปี 2026 ในไทยใช้ได้หรือยัง?

ยารักษาตาโปนจากไทรอยด์กลุ่มใหม่เป็นยาฉีดที่ยับยั้งตัวรับ IGF-1R ช่วยลดการบวมของกล้ามเนื้อและไขมันหลังลูกตา ทำให้ตาโปนลดลงและภาพซ้อนดีขึ้นได้ ในไทยเริ่มมีการใช้แบบให้ทางหลอดเลือดดำที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แต่ยาราคาสูงมาก จึงใช้ในผู้ป่วยที่เหมาะสมเท่านั้น
โดย รศ.พญ.เปรมจิต เศาณานนท์ จักษุแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งเปลือกตา
ตาโปนจากไทรอยด์ เกิดจากอะไร
โรคตาจากไทรอยด์ (Thyroid Eye Disease หรือ TED) เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ แล้วไปกระตุ้นเนื้อเยื่อในเบ้าตา ทำให้กล้ามเนื้อกลอกตาและไขมันหลังลูกตาบวมโตขึ้น เมื่อเบ้าตามีที่จำกัด ลูกตาจึงถูกดันออกมาข้างหน้า
อาการที่พบบ่อยคือ ตาโปน หนังตาบนรั้งจนดูเหมือนตาเหลือก ตาแดง เคืองตา หนังตาบวม และบางรายเห็นภาพซ้อน โรคนี้มักพบในผู้ที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษ (Graves' disease) แต่ก็พบในคนที่ระดับไทรอยด์ปกติได้เช่นกัน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ตาโปน ไทรอยด์ เกิดจากอะไร? อาการโรคตาไทรอยด์และวิธีรักษา
การรักษาแบบเดิมทำอะไรได้แค่ไหน
เดิมแพทย์มักใช้ยาสเตียรอยด์ ซึ่งช่วยลดการอักเสบ ลดอาการตาแดงและบวมได้ดี แต่ช่วยลดตาโปนได้ไม่มาก ผู้ป่วยหลายรายจึงยังต้องผ่าตัดขยายกระดูกเบ้าตา (orbital decompression) เพื่อให้ลูกตาถอยกลับเข้าไป
ยารักษาตาโปนจากไทรอยด์กลุ่มใหม่ทำงานอย่างไร
นักวิจัยพบว่าเซลล์ในเบ้าตาของผู้ป่วย TED มีตัวรับชื่อ IGF-1R มากผิดปกติ ตัวรับนี้เปรียบเหมือน "สวิตช์" ที่สั่งให้เนื้อเยื่อบวมและขยายตัว ยากลุ่มใหม่จะไปปิดสวิตช์นี้ ผลคือกล้ามเนื้อและไขมันในเบ้าตายุบตัวลงได้ ไม่ใช่แค่ลดการอักเสบเหมือนสเตียรอยด์
ยาที่ได้รับการรับรองแล้วในสหรัฐอเมริกา
Teprotumumab (Tepezza) ยาตัวแรกในกลุ่มนี้ ให้ทางหลอดเลือดดำทุก 3 สัปดาห์ รวม 8 ครั้ง มีการศึกษาว่าได้ผลทั้งในระยะอักเสบและระยะเรื้อรัง
Veligrotug (Lumvoa) ได้รับอนุมัติจาก FDA เมื่อ 26 มิถุนายน 2026 ให้ทางหลอดเลือดดำ 5 ครั้ง ทุก 3 สัปดาห์ ใช้ได้ทั้งระยะอักเสบและระยะเรื้อรัง และช่วยเรื่องภาพซ้อนด้วย
กำลังพัฒนา: ยา Teprotumumab แบบฉีดใต้ผิวหนัง ผลการทดลองระยะที่ 3 ในปี 2026 พบว่าได้ผลใกล้เคียงแบบให้ทางหลอดเลือดดำ แต่ยังรอการอนุมัติ
ผลข้างเคียงของยาฉีดรักษาตาโปนที่ควรรู้
ยากลุ่มนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ผลข้างเคียงที่ต้องติดตาม ได้แก่
การได้ยินลดลงหรือหูอื้อ บางรายอาจเป็นถาวร
น้ำตาลในเลือดสูง ต้องระวังในผู้ป่วยเบาหวาน
ลำไส้อักเสบกำเริบในผู้ที่เป็นโรคลำไส้อักเสบอยู่เดิม
ตะคริว อ่อนเพลีย และปฏิกิริยาระหว่างให้ยา
ห้ามใช้ระหว่างตั้งครรภ์
นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาการอาจกลับมาหลังหยุดยา จึงต้องติดตามกับแพทย์ต่อเนื่อง
ในประเทศไทยใช้ได้แล้วหรือยัง
ปัจจุบันในไทยเริ่มมีการนำยากลุ่มนี้แบบให้ทางหลอดเลือดดำมาใช้ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยอยู่ในช่วงประเมินผลการรักษาและเก็บข้อมูลผู้ป่วยคนไทย
เนื่องจากราคายาสูงมาก แพทย์จึงต้องคัดเลือกผู้ป่วยอย่างระมัดระวัง เช่น ผู้ที่ตาโปนระดับปานกลางถึงรุนแรง หรือเห็นภาพซ้อน ผลการรักษาที่เก็บได้จะนำไปเป็นข้อมูลสำหรับวางแนวทางการรักษาที่เหมาะกับคนไทยในอนาคต
ผู้ที่อาการน้อยยังมีทางเลือกอื่น เช่น การควบคุมระดับไทรอยด์ การเลิกบุหรี่ น้ำตาเทียม หรือการผ่าตัดแก้หนังตารั้งเมื่อโรคสงบแล้ว
คำถามที่พบบ่อย
ยาฉีดรักษาตาโปนทำให้ไม่ต้องผ่าตัดเลยไหม?
ช่วยลดโอกาสที่ต้องผ่าตัดขยายเบ้าตาในหลายราย แต่บางคนยังต้องผ่าตัดแก้เปลือกตาหรือกล้ามเนื้อตาภายหลัง แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล
ตาโปนมานานหลายปี ยังรักษาด้วยยาได้ไหม?
การศึกษาใหม่พบว่ายากลุ่มนี้ช่วยได้ในระยะเรื้อรังด้วย แต่ต้องตรวจประเมินก่อนว่าเหมาะกับแต่ละคนหรือไม่
ใครควรมาพบจักษุแพทย์?
ผู้ที่เป็นไทรอยด์แล้วตาโปนมากขึ้น ตาดูเหลือก เห็นภาพซ้อน หรือตาแดงเคืองเรื้อรัง และควรรีบพบแพทย์ทันทีหากตามัวลงหรือมองสีจางลง
นัดปรึกษา รศ.พญ.เปรมจิต เศาณานนท์ ที่ Saonanon Clinic ทองหล่อ
การรักษาตาโปนจากไทรอยด์ต้องดูหลายอย่าง ทั้งระยะของโรค ความรุนแรง และสุขภาพโดยรวม หากมีอาการ แนะนำให้มาตรวจกับคุณหมอก่อน เพื่อประเมินว่าวิธีใดเหมาะกับคุณ
เวลาทำการ: วันพฤหัสบดี 16:00–20:00 น. และวันเสาร์ 09:00–20:00 น. (นัดล่วงหน้า)
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล




ความคิดเห็น