top of page

ตากุ้งยิงคืออะไร มีอาการแรกเริ่มเป็นแบบไหน แล้วมีวิธีรักษาอย่างไร

โรคตากุ้งยิงหรือ Hordeolum เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณเปลือกตา แม้ว่าตากุ้งยิงสามารถหายเองได้ แต่ถ้าอาการหนักก็จำเป็นต้องปรึกษาจักษุแพทย์โดยเฉพาะเพื่อความปลอดภัย บทความนี้จะพามาทำความรู้จักกับโรคตากุ้งยิงให้มากขึ้น พร้อมข้อมูลที่ควรรู้อื่นๆ ของโรคนี้ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย


ทำความรู้จัก ตากุ้งยิง คืออะไร?

ทำความรู้จัก ตากุ้งยิง คืออะไร?

โรคตากุ้งยิง คือการอักเสบของต่อมไขมัน หรือต่อมเหงื่อบริเวณเปลือกตา ทำให้เกิดตุ่มคล้ายสิวนูนขึ้นมา มีอาการคันและระคายเคือง หากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย จะก่อให้เกิดการอักเสบ เป็นหนอง ปวด และบวมแดงบริเวณรอบดวงตา ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง มักพบในผู้ป่วยที่เคยมีประวัติต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันหรือเปลือกตาอักเสบ


ตากุ้งยิง มีกี่ประเภท?

ตากุ้งยิง มีกี่ประเภท?

โรคตากุ้งยิง มี 2 ประเภท คือ ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ และตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ ซึ่งแตกต่างกันที่ความรุนแรงของอาการ ดังนี้


1. ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ (Hordeolum)

ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ เกิดจากการติดเชื้อของต่อมไขมันที่อยู่ในรูขุมขนเปลือกตา โดยส่วนใหญ่จากเชื้อแบคทีเรียสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus Aureus) ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้บนผิวหนัง การอักเสบติดเชื้อ แสดงออกมาในรูปแบบตุ่ม ฝี หรือหนอง มีอาการบวม แดง ร้อน และเจ็บปวดบริเวณเปลือกตา โดยตากุ้งยิงแบบติดเชื้อแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ


  • ชนิดด้านนอก (External hordeolum):  เกิดตุ่มหนองที่เห็นชัดเจนที่ผิวหนังบริเวณขอบเปลือกตาด้านนอกหรือแนวขนตา มักมีขนาดใหญ่ เกิดจากการติดเชื้อของต่อมไขมันของชั้นผิวหนัง

  • ชนิดด้านใน (Internal hordeolum): ตุ่มหนองเกิดขึ้นบริเวณขอบเปลือกตาด้านในที่สัมผัสกับดวงตา ทำให้มองเห็นตุ่มได้ยาก เกิดจากการติดเชื้อของต่อมไขมันที่ขอบตา (Meibomian gland)


2. ตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ (Chalazion)

ตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ เกิดจากรูขุมขนบริเวณเปลือกตาหรือขนตาเกิดการอุดตัน ทำให้ต่อมไขมันที่เปลือกตาไม่สามารถระบายไขมันออกมาได้ จึงเกิดการหนาตัวของต่อมไขมันและอุดตันกลายเป็นก้อนขึ้นที่เปลือกตา ซึ่งตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อจะมีอาการบวมเป็นก้อนแข็ง แต่ไม่มีอาการปวดหรือทำให้รู้สึกเจ็บใดๆ


ตากุ้งยิง มีสาเหตุมาจากอะไร?

ตากุ้งยิง มีสาเหตุมาจากอะไร?

  • ต่อมไขมันอุดตันบริเวณเปลือกตา

  • ใช้มือที่ไม่สะอาดขยี้ตาหรือสัมผัสบริเวณดวงตา

  • ใช้เครื่องสำอางที่ไม่สะอาด หรือล้างทำความสะอาดเครื่องสำอางไม่หมด

  • มีประวัติโรคเปลือกตาอักเสบเรื้อรัง (Chronic blepharitis)



ตากุ้งยิง มีอาการอย่างไร?

อาการตากุ้งยิงในช่วงเริ่มต้นนั้น ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บบริเวณเปลือกตาร่วมกับอาการปวด และบวมแดง ต่อมามีตุ่มหนองลักษณะคล้ายสิวเกิดขึ้นภายใน 4–5 วัน ซึ่งทำให้มีอาการคัน หรือระคายเคืองตาร่วมด้วย หลังจากนั้นตุ่มหนองจะแตกและยุบไป ซึ่งอาการตากุ้งยิงเหล่านี้สามารถหายเองได้ แต่หากในกรณีที่หนองแตกออกมาไม่หมดจะเกิดการอุดตันเป็นก้อนแข็งที่เปลือกตา ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงที่ทำให้กลับมาอักเสบเป็นตากุ้งยิงได้อีกครั้ง


ตากุ้งยิง รักษาได้อย่างไร?

ตากุ้งยิง รักษาได้อย่างไร?

โรคตากุ้งยิงส่วนมาก หากไม่มีอาการรุนแรงจะสามารถหายเองได้ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ แต่สิ่งสำคัญคือวิธีการดูแลรักษาตากุ้งยิงด้วยตัวเองในเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยให้ตากุ้งยิงหรือ Hordeolum ได้รับการรักษาและบรรเทาอาการต่างๆ ให้หายเร็วขึ้น ทั้งนี้หากมีอาการรุนแรงควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษา


รักษาตากุ้งยิงด้วยตัวเอง

วิธีรักษาตากุ้งยิงด้วยตัวเอง มีดังนี้

  • ประคบอุ่น โดยใช้ถุงร้อนเย็นแช่ในน้ำร้อนหรือใช้ข้าวสารใส่ถุงและอุ่นด้วยไมโครเวฟประคบวันละ 4–5 ครั้ง ครั้งละประมาณ 5-10 นาที เพื่อกระตุ้นให้ต่อมไขมันที่เปลือกตาเปิดตัวและลดการอุดตัน

  • หยอดน้ำตาเทียม เพื่อลดการระคายเคือง

  • หากมีตุ่มหนองเกิดขึ้นแล้ว ไม่ควรบีบหนองที่เปลือกตาออกด้วยตัวเอง เพราะทำให้อักเสบมากกว่าเดิม 


เมื่อไรควรพบจักษุแพทย์

ในกรณีอาการไม่ดีขึ้น รู้สึกเจ็บปวดที่เปลือกตาอย่างมาก มีอาการบวมแดงขยายบริเวณกว้างขึ้น หรืออาการติดเชื้อมีหนองเซาะเข้าไปในผิวหนัง รวมทั้งมีอาการตาพร่า หรือมองเห็นไม่ชัดเจน ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษา

โดยวิธีการรักษาตากุ้งยิงด้วยจักษุแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยแล้วรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะในรูปแบบ ยาหยอด ยาป้าย หรือยากิน ร่วมกับการเจาะและขูดหนองบริเวณเปลือกตาออก เพื่อระบายหนองที่สะสมภายในเปลือกตา ซึ่งช่วยให้อาการอักเสบหายเร็วขึ้น ทั้งนี้การเจาะตากุ้งยิงโดยจักษุแพทย์นั้น ต้องมีการเตรียมตัวดูแลตัวเองหลังการเจาะหนอง ดังนี้


การดูแลตัวเองหลังเจาะตากุ้งยิง

  • แพทย์จะทำการปิดตาด้วยผ้าไว้ ควรปิดตาให้แน่น เพื่อป้องกันแผลบวมและเลือดออกประมาณ 24 ชั่วโมง หรือตามคำแนะนำของแพทย์

  • เมื่อเปิดผ้าปิดตาแล้ว ให้ใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำ หากมีอาการปวดสามารถกินยาแก้ปวดครั้งละ 1 – 2 เม็ด ทุกๆ 4 – 6 ชั่วโมง

  • ใช้ผ้าสะอาดหรือสำลีชุบน้ำอุ่น บิดให้หมาด ก่อนเช็ดทำความสะอาดรอบดวงตาอย่างระมัดระวัง

  • ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด

  • หากใช้ยาปฏิชีวนะ ควรกินอย่างต่อเนื่องจนหมด และหยอดหรือป้ายยาตามคำแนะนำของแพทย์

  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสบริเวณดวงตาโดยตรง 

  • งดเล่นกีฬาที่ทำให้เหงื่อออกมากและกีฬาที่ต้องใช้แรง เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ หรือเลือดออก

  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตามาก บริเวณที่เจาะหนองบวมช้ำมาก มีอาการตาแดง ให้รีบพบแพทย์ทันที



ป้องกันไม่ให้เกิดตากุ้งยิง ทำได้อย่างไร?

ถึงแม้โรคตากุ้งยิงเป็นโรคที่สามารถหายได้ด้วยวิธีการรักษาตัวเอง แต่ก็ใช้ระยะเวลาและต้องรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด จึงควรหมั่นดูแลตัวเองให้ดีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดตากุ้งยิง โดยมีวิธีป้องกันตากุ้งยิงด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

  • ไม่ใช้มือขยี้ตาหรือสัมผัสรอบดวงตา แม้ว่าจะล้างมือสะอาดแล้วก็ตาม

  • หมั่นรักษาความสะอาดใบหน้าและดวงตาอย่างสม่ำเสมอ

  • ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดทุกครั้งหลังแต่งหน้า

  • ไม่ใช้ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้า หรือผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น

  • กรณีมีภาวะต่อมไขมันอุดตันที่เปลือกตา ควรรักษาความสะอาด พร้อมประคบอุ่นและนวดเปลือกตาเป็นประจำ

  • รีบทำการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการตากุ้งยิงเริ่มต้น เพื่อไม่ให้อักเสบมากขึ้น


สรุป

ตากุ้งยิง คือการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ทำให้มีอาการปวด บวมแดง และเกิดตุ่มหนองนูนขึ้นที่เปลือกตา ซึ่งตากุ้งยิงมีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หากไม่มีอาการรุนแรง ตากุ้งยิงสามารถหายเองได้ด้วยวิธีดูแลรักษาตัวเอง โดยประคบอุ่นเป็นประจำ ในกรณีที่มีอาการผิดปกติอย่างรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตากุ้งยิง (FAQ)

เมื่อได้รู้ว่าตากุ้งยิงคืออะไรแล้ว บทความนี้ยังได้รวบรวมเอาคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบมาไขข้อข้องใจ เกี่ยวกับโรคตากุ้งยิง ไปดูกันเลย


อาการตากุ้งยิงแบบไหนที่จำเป็นต้องรีบไปพบแพทย์?

เมื่อมีอาการปวดบริเวณดวงตาอย่างมาก บวมแดงเป็นบริเวณกว้าง และไม่มีแนวโน้มอาการดีขึ้น รวมทั้งมีอาการตาพร่า หรือมองเห็นไม่ชัด ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อได้ลุกลามเข้าที่เปลือกตาและเบ้าตา 


อาการตากุ้งยิงลุกลามรุนแรง เป็นอย่างไร?

หากปล่อยอาการตากุ้งยิงทิ้งไว้ ไม่รีบทำการรักษา จะทำให้เกิดการอักเสบลุกลามอย่างรุนแรงไปยังเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง การอักเสบขยายออกทั้งเปลือกตา (Preseptal cellulitis) หรืออาจขยายออกจนเข้าไปในเบ้าตาได้ (Orbital cellulitis)


ตากุ้งยิง หายเองได้ไหม?

ตากุ้งยิงสามารถหายเองได้ หากไม่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะอื่นแทรกซ้อน โดยผู้ป่วยควรประคบอุ่นบริเวณเปลือกตาเป็นประจำ ร่วมกับการทำความสะอาดเปลือกตาด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด


ตากุ้งยิง กี่วันถึงจะหาย?

หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือการอักเสบรุนแรง อาการตากุ้งยิงจะค่อยๆ หายภายใน 2 สัปดาห์


หากเป็นตากุ้งยิงแล้วจะทำศัลยกรรมรอบดวงตาได้หรือไม่?

ควรรักษาอาการตากุ้งยิงให้หายเรียบร้อยเสียก่อน  และควรแจ้งศัลยแพทย์ให้ทราบก่อนถึงวันนัดผ่าตัด 

ดู 702 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page