Call for more information 

9.00 am -6.00 pm 

Tel.  0909463090  

Contact for more information (all day)

Line id :  @saonanon 

https://line.me/R/ti/p/%40saonanon

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
line-icon.png
phone-app-icon.jpg

กดเพื่อ add line

กดเพื่อโทร

การผ่าตัดเสริมจมูก

โดย นพ.ศรัณย์  เศาณานนท์

ศัลยแพทย์ตกแต่ง 

     จมูกเป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้า ความสวยงามได้รูป รับกับส่วนอื่นของใบหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนตัดสินใจไปทำอะไรกับจมูก  เราต้องทราบปัญหาของจมูกและความต้องการของเราเองก่อน โดยปัญหาสำคัญได้แก่ ดั้งจมูกแบน ปีกจมูกบาน เนื้อปลายจมูกหนา และ ความยาวจมูกสั้นหรือยาวเกินไป สันจมูกไม่เรียบ เป็นต้น ซึ่งแพทย์สามารถวินิจฉัยให้ได้ 

    แต่ที่สำคัญคือความต้องการของตัวเราเองว่าอยากให้จมูกเป็นแบบไหน บางคนต้องการโด่งไปเลย แบบฝรั่ง บางคนต้องการสันโค้งเชิดนิดหน่อยแบบเกาหลี บางคนอยากได้แบบธรรมชาติ บางคนอยากได้หยดน้ำตามสมัยนิยม

  

“อยากได้แบบหยดน้ำค่ะหมอ” 

 

       ที่ว่าหยดน้ำนั้นคืออะไร มันคือเนื้อที่เพิ่มขึ้นมาระหว่างรูจมูก ถ้ามองตรงๆ แล้วปลายจมูกตรงกลาง ดูจะต่ำกว่ารูจมูก  ปกติที่เราใช้เสริมมีทั้งขาตัวแอล ของซิลิโคน และ/หรือ ร่วมกับกระดูกอ่อนที่ใบหู หรือผิวหนังส่วนหนาของร่างกาย เพื่อป้องกันการทะลุ แต่ที่ดีที่สุดคือ การทำการปรับโครงสร้างกระดูกอ่อนภายใน แบบโอเพ่น ซึ่งที่คลินิกแนะนำ เพราะจะสวยกว่า ปัญหาทะลุจะไม่มีเลย

 

     การสื่อสารกับแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ เราอาจบรรยายให้แพทย์ทราบโดยละเอียด หรือนำรูปจมูกที่เราต้องการให้แพทย์ดูก็ช่วยได้  ซึ่งแพทย์ก็จะพิจารณาที่ รูปใบหน้าโดยรวม ทั้งหน้าผากไล่ถึงคาง  ฐานจมูกเดิมว่าเรียบ เอียงอย่างไร เนื้อที่สันจมูกว่าหนา บาง ดึงได้แค่ไหน  ลักษณะกระดูกอ่อนตรงปลายจมูกและปีกจมูก  แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะพยายามทำให้ได้อย่างที่ท่านต้องการ โดยระวังภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ตั้งแต่ซิลิโคนเบี้ยว เอียง ทะลุ การอักเสบของผิวหนัง แผลภายใน ภายนอก เป็นต้น เพื่อไม่ต้องมาแก้ไขใหม่ เรียกได้ว่าเจ็บแต่จบ ในครั้งเดียว

“หมอใช้ซิลิโคนแบบไหน ประเทศไหนดี”

 

     ซิลิโคน ทางหมอจะมีทั้งแบบเหลาเองตามรูปจมูกคนไข้ หรือ แบบกึ่งสำเร็จ โดยแพทย์มาเหลาเพิ่มเล็กน้อยตามรูปหน้าแต่ละคน นอกจากนี้ยังมีความแข็งต่างๆกัน  ที่คลินิกใช้ซิลิโคนทั้งแบบ medical grade A จากอเมริกา และ ซิลิโคนจากเกาหลีที่มีความนิ่มพิเศษ แบบบิดไปมาได้ ในการผ่าตัดเพื่อผลลัพท์ที่ดีที่สุด และผลแทรกซ้อนน้อยที่สุด

 

“ผ่าตัดเจ็บมากมั้ย ต้องพักนานแค่ไหน”

 

การผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่โดยฉีดบริเวณรอบ ๆ จมูก ประมาณ 4 จุด พอยาชาออกฤทธิ์  ก็จะไม่เจ็บแล้ว หรือ ถ้าทำแบบโอเพ่นจะใช้การดมยาสลบ อันนี้ไม่เจ็บเลย 

หลังผ่าตัดจะบวมในสัปดาห์แรก แผลก็เจ็บช่วง 2 วันแรกแล้วก็จะดีขึ้น แต่การนอนจะต้องระวังห้ามนอนตะแคง  ส่วนมากแพทย์จะใช้ไหมละลาย แผลจะหายสนิทใน 1 สัปดาห์  ต้องตัดไหมออกที่ 7วัน กรณีผ่าแบบโอเพ่น

 

“หนูอยากตัดปีกจมูกทำพร้อมกันดีเลยมั้ย”

 

   การตัดปีกจมูก  ประกอบด้วย การลดขนาดของปีกจมูก  หรือ ลดความกว้างของฐานล่างจมูก 

   เป็นการผ่าตัดที่ควรทำหลังสุด เพราะจะเป็นผลถาวรไม่สามารถแก้ไขได้อีก และจะพบแผลเป็นดึงรั้งได้

   แต่ปัจจุบัน  การผ่าตัดปรับโครงสร้างกระดูกอ่อนแบบโอเพ่น  ลดความจำเป็นของการตัดปีกจมูก โดยนำเนื้อส่วนเกินไปสร้างปลายจมูกได้แทนการทิ้งไป รูจมูกจะเปลี่ยนเป็นรูปหยดน้ำสวยกว่าการตัดออกอย่างเดียว

 

“เราไม่เสริมด้วยซิลิโคนได้มั้ย ไปฉีดฟิลเลอร์ดีกว่าไม่เจ็บด้วย”

 

            ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มปกติจะค่อยๆสลายไปใน 1 ปี การนำมาฉีดเพื่อเสริมจมูก ไม่ใช่มาตราฐานทางการแพทย์ที่ทำกัน  นอกจากไม่ถาวรแล้ว ยังทำให้การเสริมจริงๆ ทำได้ยากขึ้น ที่สำคัญ มีรายงานของผิวหนังจมูกตาย และ ตาบอดทันทีจากการที่ไปอุดเส้นเลือดแดงที่เลี้ยงเส้นประสาทตา ซึ่งไม่แน่อาจเป็นตัวเราที่โดนก็ได้

           ถ้าเคยฉีดมาอยากทำจมูกทำได้มั้ย      คำตอบคือ ต้องทราบว่าสารที่ฉีดมาคืออะไร ถ้าเป็นสารที่เรียก HA หรือ hyaluronic acid พวกนี้จะมีสารฉีดสลายได้ ให้ฉีดก่อนการเสริมจริงสัก 2-3 วัน ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าเป็นสารชนิดที่ไม่สลาย ต้องทำการผ่าตัดออกพร้อมเสริมไปด้วยกัน แนะนำผ่าตัดแบบโอเพ่นจะเอาออกได้ดีกว่า และทำโครงสร้างจมูกใหม่ได้สวยกว่า

 

“การเสริมจมูกแบบโอเพ่น คืออะไร”

 

           การผ่าตัดเพื่อ การแต่งปลายจมูก ทางการแพทย์เรียก Tip plasty เป็นการจัดรูปกระดูกอ่อนบริเวณปลายจมูก โดยใช้ไหมเย็บ หรือ ร่วมกับการเสริมกระดูกอ่อนส่วนปลาย หรือ การต่อปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนให้ยาวขึ้น  โดยทำผ่านแผลที่รูจมูกสองข้างและแผลตรงกลางจมูก   โดยกระดูกที่นำมาเสริมได้จากแผ่นกระดูกอ่อนที่แผ่นกั้นจมูกซ้าย ขวา (septal cartilage) หรือ กระดูกอ่อนหลังใบหู (concha cartilage)  หรือ กระดูกอ่อนจากซึ่โครง (rib cartilage) ขึ้นกับปริมาณที่ต้องการ  เพื่อสร้างปลายให้สวยพุ่ง ลดความกว้างของปลายจมูกชมพู่ เพิ่มความยาวของจมูก เพื่อหยดน้ำกลางจมูก  ส่วนสันจมูกจะใช้การเสริมซิลิโคนให้รับกับปลายจมูกเป็น s curve ให้ดูธรรมชาติที่สุด

           การผ่าตัดชนิดนึ้เป็นมาตราฐานในต่างประเทศทั้งอเมริกา เกาหลี ทำให้ไม่ต้องใส่ซิลิโคน ที่ปลายจมูก ป้องกันปัญหาทะลุ ผิวบางลงในระยะยาว ปลอดภัยกว่า และจะสวย ดูเป็นธรรมชาติกว่า  การผ่าตัดใช้การดมยาสลบจะไม่เจ็บเลย สนใจสามารถกดดูต่อได้ด้านล่าง

 

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก

 

  • ส่งรูปภาพ และ/หรือบอกความต้องการในการผ่าตัดจมูกมาทาง line หรือ facebook messenger เพื่อรับทราบราคาเบื้องต้น

  • นัดวัน และ มาตรวจกับแพทย์ โดยแพทย์จะวิเคราะห์ปัญหา ของจมูกแต่ละคนเพื่อให้คำแนะนำวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสม 

  • ตัดสินใจผ่าตัด ชำระมัดจำ และนัดวันผ่าตัด

  • กรณีอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องให้ผู้ปกครองลงนามอนุญาตก่อนผ่าตัด

  • การผ่าตัดจมูกแบบใส่ซิลิโคน ทำผ่าตัดที่คลินิก

  • การผ่าตัดปรับโครงสร้างจมูก แบบโอเพ่น ทำผ่าตัดที่โรงพยาบาล 

การดูแลหลังการผ่าตัดเสริมจมูก

 

  • กรณีใส่เสริมแบบซิลิโคน เพื่อเป็นการหยุดเลือดที่ออกและลดการบวมในช่วง 24 ชม. แรก  แนะนำให้ประคบเย็น โดยใช้ผ้าขนหนูห่อกับถุงเย็น ประคบไปตรงกลางและสันจมูกตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงวันแรกหลังผ่าตัด หลังจากครบ 24 ชั่วโมงแนะนำประคบอุ่นต่อเพื่อลดการคั่งบวมของน้ำเหลือง

  • กรณีผ่าตัดจมูกแบบโอเพ่น มีเฝือกช่วยลดบวมอยู่แล้วไม่ต้องประคบเย็น แต่ต้องดูแลเฝือกห้ามให้หลุด หรือ ห้ามแกะพลาสเตอร์ออกเองโดยเด็ดขาด จะทำให้บวมมากขึ้นและเบี้ยวเอียงได้ 

  • นอนหัวสูง หนุนหมอนสูงในช่วง 72 ชม.แรกเพื่อให้เลือดและน้ำเหลืองที่ค้างอยู่ออกมาทางแผล ลดโอกาสการบวมนานและ การติดเชื้อได้มากขึ้น และควรนอนหงายไม่นอนตะแคงในช่วงสัปดาห์แรก โดยอาจใช้หมอนล็อกที่คอช่วย  เพราะ อาจทำให้เผลอไปกด หรือ กระแทกจมูกได้ตอนหลับ ทำให้เกิดการเบี้ยวได้

  • เฝือก หรือ พลาสเตอร์ที่ปิดไว้บริเวณสันจมูก ให้มาเอาออกหลังผ่าตัด 7 วันโดยแพทย์เท่านั้น ถ้าเอาออกเอง ถ้าต้องแก้ไขต้องจ่ายค่าผ่าตัดใหม่เอง

  • การดูแลแผลบริเวณรูจมูก ในวันที่แรกหลังผ่าตัด  แนะนำให้ทำความสะอาดด้วย cotton bud ชุบนำ้เกลือ หรือ betadine solution เช็ดเบาๆ เพื่อเอาเลือดที่แห้ง ติดกับแผลออก และบีบป้ายยา chloramphenical ointment ที่คลินิกจัดไว้ให้ ที่บริเวณแผล เกลี่ยให้เรียบด้วย cotton bud    ส่วนไหมที่เย็บสีขาวฟ้า  เป็นไหมละลาย จะหลุดไปเองใน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่หลุดเอง ก็สามารถให้แพทย์ตัดให้ได้ในภายหลัง  

  • ยาที่คลินิกจัดให้เป็นยาปฏิชึวนะ  ยาแก้ปวด และ ยาลดการบวม ยาแก้ปวดควรกินทันทีหลังผ่าตัด เพราะยาชาจะออกฤทธิ์อยู่ 2 ชั่วโมง ส่วนยาปฏิชีวนะควรกินให้ครบหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากการใส่ซิลิโคนถือเป็นสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายจึงต้องป้องกัน และ ถ้ามีอาการบวมแดงไม่หายไปต้องมาพบแพทย์เพื่อการรักษาต่อไป

  • ทางคลินิกจะนัดมาพบแพทย์ที่หนึ่ง และ สี่สัปดาห์ เพื่อดูแผล และ แก้ไขปัญหาภาวะแทรกซ้อน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  • เรื่องอาหารการกิน สามารถกินได้ปกติ งดอาหารรสจัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

ปัญหาแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด

 

  • อาการบวม โดยเฉพาะบริเวณสัน หว่างตา เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องเลาะเป็นโพรงในการผ่าตัด เลือดและน้ำเหลือง จะออกมาได้ไม่หมดเพราะอยู่ห่างจากแผลด้านล่างมาก ทำให้บางคนพบอาการเขียวใต้ตาได้ ซึ่งน้ำเหลืองและเลือดจะถูกร่างกายดูดซึมไปเองได้ 

  • อาการแดง บริเวณผิวหนังโดยมากเกิดบริเวณสันและส่วนปลายที่ตึงเกิดจากเนื้อจมูกที่โดยืดออก จะค่อยจางลงเองได้ แต่ถ้าจุดไหนมีอาการแดงไม่หายก็เป็นความเสี่ยงต่อการเกิดการทะลุได้ แนะนำให้ลดขนาดลงให้พอดีกับเนื้อ  ส่วนอาการแดงร่วมกับการเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ  บ่งถึงการติดเชื้อที่พบได้ ซึ่งต้องกลับมาตรวจ บางคนต้องเปลี่ยนเป็นยาที่แรงขึ้น แต่บางคนต้องนำเอาซิลิโคนออกเพื่อรักษา

  • เบี้ยว เอียง ถ้าเป็นก่อนผ่าตัด  แพทย์จะบอกก่อนผ่าตัด ถ้ามีฐานหรือส่วนปลายที่เอียงอยู่แล้ว  การผ่าตัดก็อาจทำให้เห็นชัดขึ้นได้  แต่ถ้าเป็นหลังผ่าตัดช่วงแรก 1-2 สัปดาห์  ร่างกายยังไม่มีพังผืดมารัดซิลิโคน ทำให้สามารถขยับได้ สามารถให้แพทย์ดัดได้ แต่ถ้าเกิดในช่วงหลัง ส่วนใหญ่เกิดจากพังผืดที่มารัด ทำให้เอียงได้ ซึ่งเป็นแล้วแต่คน นอกจากนี้ การผ่าตัดที่เปิดแผลข้างเดียวก็อาจทำให้เกิดการเอียงได้มากกว่าการเปิดแผลในรูจมูกสองข้าง แต่ก็แลกมาด้วยการเป็นแผลที่รูจมูกทั้ง 2 ข้าง

  • ไม่สวย ไม่ถูกใจ ป้องกันได้โดยต้องระบุรูปร่างจมูกที่ต้องการกับแพทย์ให้ชัดเจน ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด โดยธรรมชาติแล้วรูปร่างจมูกจะชัดขึ้นเรื่อยๆ จะดูเล็กลงกว่าเดิมตามระยะเวลาที่มีการเกิดพังผืดมารัด การเปลี่ยนรูปทรงจมูก หรือ ผ่าแก้ไขแนะนำหลังจากผ่าตัดครั้งแรกอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้ขบวนการการอักเสบและเนื้อเยื่อกลับสู่ภาวะเดิมก่อน  

MENU